ภาวะไขมันเกาะตับ

น่ารู้จากแพทย์และเภสัชกร

ภาวะไขมันเกาะตับ (Fatty liver)
ภาวะไขมันเกาะตับ (Fatty liver)

ภาวะไขมันเกาะตับ (Fatty liver) เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงอย่าง ตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว และ กำลังพัฒนา
จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า มะเร็งตับจึงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งปอด และ มะเร็งกระเพาะอาหาร
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ คนอ้วน ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้มีไขมันในเลือดสูง มีภาวะ ไขมันเกาะตับถึงร้อยละ 90 ในจำนวนนี้ร้อยละ 20 มีอาการตับอักเสบร่วมอยู่ด้วย และร้อยละ 10 กลายเป็นโรคตับแข็ง

จากข้อมูลทางคลินิก พบว่าคนอ้วน และผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำมีภาวะไขมันพอกตับสูงถึง 50% และ 57.7% ตามลำดับ ส่วนผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป มีประมาณ 25% เป็นไขมันพอกตับ
สำหรับในประเทศไทยตรวจพบอุบัติการณ์ของไขมันเกาะตับโดยการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบนอยู่ที่ 35.9% ซึ่งความผิดปกติที่ตรวจพบจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยในระยะยาว
ในปัจจุบันยังไม่มียาใดที่ได้ผลการรักษาดีมาก หรือหายขาดจากโรคนี้ ดังนั้น วิธีการรักษาที่สำคัญ และได้ ประโยชน์มากที่สุดก็คือ การลดน้ำหนัก ซึ่งช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับได้จริง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อ้วน
ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับสามารถฟื้นฟูสภาพตับให้กลับมาดีขึ้นได้ด้วยการลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 9
สำหรับอาหารเสริมที่มีการศึกษาที่พบว่า ช่วยลดการอักเสบและไขมันพอกตับได้ คือ
1. วิตามินอี ขนาด 800 IU ต่อวัน
2. โอเมกา 3 ขนาด 800 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
3. Whey Protein ขนาด 20 – 25 กรัมต่อวัน
4. แอลฟาไลโปอิก แอซิด ขนาด 600 – 1,800 มิลลิกรัมต่อวัน
ปล.ปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งนะครับ
ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

Comments