โองการแช่งน้ำ

โองการแช่งน้ำ
โองการแช่งน้ำ

ประวัติผู้แต่งโองการแช่งน้ำ
ผู้แต่งวรรณกรรมฉบับนี้ ไม่ปรากฏตัวแน่ชัดว่าเป็นผู้ใด สันนิษฐานได้แต่เพียงว่า คงเป็นพราหมณ์ในราชสำนักซึ่งมีหน้าที่จัดเรื่องพระราชพิธีต่างๆ ในช่วงระยะเวลาที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ครองราชย์นั่นเอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่าไทยเราคงได้เรื่องนี้มาจากเมืองที่ถือลัทธิไสยศาสตร์ (เขมร) ข้อสนับสนุนพระราชวิจารณ์คือ หลักฐานศิลาจารึกเสาหินแปดเหลี่ยมภายในปราสาทนครธม

ประวัติหนังสือโองการแช่งน้ำ
ในประเทศไทยเริ่มใช้พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอย่างเป็นทางการในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เมื่อทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และทรงกระทำพิธีราชาภิเษกเมื่อ พ.ศ.1893 พระราชพิธีได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เพิ่งยกเลิกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ต่อมาใน พ.ศ.2512 ได้มีการรื้อฟื้นพระราชพิธีนี้ขึ้นอีกแต่ครั้งนี้ผู้เข้าร่วมพิธีมีจำนวนจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี
วรรณกรรมโองการแช่งน้ำมีหลายฉบับ และเรียกแตกต่างกันหลายชื่อเช่น เรียกว่า โองการแช่งน้ำ โองการแช่งน้ำพระพัท ประกาศโองการแช่งน้ำ โองการถือน้ำพิพัฒน์ ฯลฯ แต่ในที่นี้ได้เลือกโองการแช่งน้ำฉบับที่เก่าที่สุดของไทยซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ชิ้นแรกในประวัติวรรณคดีไทย ใช้ชื่อตามพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “โองการแช่งน้ำ”

คำนำโองการแช่งน้ำ
โองการแช่งน้ำเป็นวรรณกรรมที่ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่ใช้แสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์โดยถ้อยคำในบทแช่งน้ำจะประกอบไปด้วยการอัญเชิญเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ การสาปแช่งผู้ที่คิดคดทรยศต่อพระเจ้าแผ่นดิน และจบท้ายด้วยคำอวยพรสรรเสริญผู้ที่มีความจงรักภักดี

หน้าหนึ่ง
โอมสิทธิสรวงศรีแกล้ว แผ้วมฤตยู เอางูเปนแท่น แกว่นกลืนฟ้ากลืนดินบินเอาครุฑมาขี่ สี่มีถือสังข์จักรคธาธรณี ถีรุอวตาร อสุรแลงลาญทัก ทัคนีจรนายฯ แทงพระแสงศรปลัยวาตฯ

โอมบรเมศวราย ผายผาหลวงอคร้าว ท้าวเสด็จเหนือวัวเผือก เอาเงือกเกี้ยวข้าง อ้างทัดจันทรเปนบิ่น ทรงอินทรชฎา สามตาพระแพร่ง แกว่งเพชรกล้าฆ่าภิฆจรรไร แทงพระแสงศรอัคนิวาตฯ

โอมไชยะไชยไขโสฬศพหมญาณ บานเศียรเกล้า เจ้าคลี่บัวทอง ผยองเหนือขุนห่าน ท่านรังก่อดินก่อฟ้า หน้าจตุรทิศ ไทมิตรดา มหากฤตราไตรอมไตยโลเกษ จงตรีศักดิท่าน พิญาณปรมาธิเบศ ไทธเรศสุรสิทธิพ่อ เสวยพรหมานทรใช่น้อย ประถมบุญภารดิเรก บูรภพบรู้กีร้อย ก่อมา แทงพระแสงศรพรหมมาศฯ
หน้าสอง
นานาเอนกน้าวเดิมกัลป์           จักรำ่จักราพาฬเมื่อไหม้
กล่าวถึงตรวันเจดอันพลุ่ง         นำ้แล้งไข้ขอดหาย ฯ

เจดปลามันพุ่งหล้าเปนไฟ         วาบจัตุราบายแผ่นขวำ้
ชักไตรตรึงษ์เปนผ้า                  แลบลำ้สีลอง ฯ

สามรรถณาณณครเพราะเกล้า      ฝูงเทพนองบนปานเบียดแป้ง
สรลมเต็มพระสุธาวาศแห่งนั้น     ฟ้าแจ้งจอดนิโรโธ ฯ

 

หน้าสาม
กล่าวถึงนำ้ฟ้าฟาดฟองหาว       ดับเดโชฉำ่หล้า
ปลาดินดาวเดือนแอ่น              ลมกล้าป่วนไปมา ฯ

แลเปนแผ่นเมืองอินทร์             เมืองธาดาแรกตั้ง
ขุนแผนแรกเอาดินดูที่               ทุกยั้งฟ้าก่อคืน ฯ

แลเปนสี่ปวงดิน                     เปนเขายืนทรงำ้หล้า
เปนเรือนอินทร์ถาเถือก             เปนสร้อยฟ้าจึ่งบาน ฯ
หน้าสี่
จึ่งเจ้าตั้งผาเผือกผาเยอ          ผาหอมหวานจึ่งขึ้น
หอมอายดินเลอก่อน              สรดึ้นหมู่แมนมา ฯ

ตนเขาเรืองร่อนหล้าเลอหาว     หาวันคืนไป่ได้
จาวชิมดินแสงหล่น                เพียงดับใต้มืดมูล ฯ

ว่นว่นตาขอเรือง                   เปนพระสูริย์ส่องหล้า
เปนเดือนดาวเมืองฉำ่             เห็นฟ้าเห็นแผ่นดิน ฯ
หน้าห้า
แลมีคำ่มีวัน                        กินสาลีเปลือกปล้อน
บ่มีผู้ต้อนแต่งบรรณา             เลือกผู้ยิ่งยศเปนราชาคร้าว
เรียกนามสมมติราชเจ้า           จึ่งตั้งท้าวเจ้าแผ่นดิน ฯ

สมมติแกล้วตั้งอาทิตย์กัลป์      สายท่านทรงธรณินทร์เรื่อยหล้า
วันเสารวันอังคารวันไอยอาทิ   กลอยแรกตั้งฟ้ากล่าวแช่งผี ฯ

เชียกบาศด้วยชันรอง             ชื่อพระกรรมบดีปู่เจ้า
ท่านรังผยองมาแขก              แรกตั้งขวัญเข้าธูปเทียน ฯ

หน้าหก
เหล็กกล้าหญ้าแพรกบั้นใบมะตูม   เชียรเชียรใบบาตนำ้
โอมโอมภูมเทเวศ                     สืบคำ้ฟ้าเที่ยงเฮยยำ่เฮย ฯ

ผู้ใดเภทจงคด                          พาจกจากซึ่งหน้า
ถือขันสรดใบพลูตานเสียด           หว้ายชั้นฟ้าคู่แมน

มารเฟยดไททศพลช่วยดู            ไตรแดนจักรอยู่ค้อย
ธรรมารคประเตยกช่วยดู            ห้าร้อยเทียรแมนเดียว ฯ

หน้าเจ็ด
อเนกถ่องพระสงฆ์ช่วยดู       เขียวจรรยายิ่งได้
ขุนหงษ์ทองเกล้าสี่ช่วยดู       ชรอำ่ฟ้าใต้แผ่นหงาย ฯ

ฟ้าพัดพรีใจยังช่วยดู            ใจตายตนบใกล้
สี่ปวงผีหาวแห่งช่วยดู          พื้นใต้ชื่อกามภูม ฯ

ฟ้าชรแร่งหกคลองช่วยดู        ครูคลองแผ่นช้างเผือก
ผีกลางหาวหารแอ่นช่วยดู     เสียงเงือกงูวางขึ้นลง ฯ

หน้าแปด
ฟ้ากระแฉ่นเรือนผยองช่วยดู      เอาธงเปนหมอกหว้าย
เจ้าผาหลวงผากลายช่วยดู        แสนผีพึงยอมท้าว ฯ

เจ้าผาดำผาเผือกช่วยดู             หันย้าวปู่สมิงพลาย
เจ้าหลวงผากลายช่วยดู ฯ

ดีร้ายบอกคนจำ                     ผีพรายผีชรหมื่นคำช่วยดู
กำรูคลื่นเปนเปลว                 บ่ซื่อนำ้ตัดคอ ฯ

หน้าเก้า
ตัดคอเรวให้ขาด                 บ่ซื่อล้างออเอาใส่เล้า
บ่ซื่อนำ้อยาดท้องเปนรุง        บ่ซื่อแล้งกาเต้าแตกตา ฯ

เจาะเพาะพุงใบแบ่ง             บ่ซื่อหมาหมีหมูเข่นเขี้ยว
เขี้ยวชาชแวงยายี                 ยมราชเกี้ยวตาตาวช่วยดู ฯ

ชื่อทุณพีตัวโตรด                 ลมฝนฉาวทั่วฟ้าช่วยดู
ฟ้าจรโลดลิวขวาน               ขุนกล้าแกล้วขี่ยูงช่วยดู ฯ

หน้าสิบ
เคล้าฟ้าเคลือกเปลวลาม         สิบหน้าเจ้าอสุรช่วยดู
พระรามพระลักษณชวักอร      แผนทูลเขาเงือกปลำ้ช่วยดู ฯ

ปลำ้เงี้ยวรอนราญรงค์ ผีดงผีหมื่นถำ้ ลำ้หมื่นผา มาหนนำ้หนบก ตกนอกขอกฟ้าแมน แดนฟ้าตั้งฟ้าต่อ หล่อหลวงเต้า ทังเหง้าภูตพนัศบดี ศรีพรหมรักษ ยักษกุมาร หลายบ้านหลายท่า ล้วนผีห่าผีเหว เรวยิ่งลมบ้า หน้าเท่าแผง แรงไกยเอาขวัญ ครั้นมาถึงถับเสียง เยียชรแรงชรแรง แฝงข่าวยินเยียชรรางชรราง รางชางจุบปากเยีย จเจียวเจียว เขี้ยวสรคาน อานมลิ้น เยียลลายลลายตราบมีในฟ้าในดิน บินมาเยีย

หน้าสิบเอ็ด
พลุ่ง จุ่งมาสูบเอา เขาผู้บซื่อ ชื่อใครใจคด ขบถเกียจกาย ว่ายกทู้ฟาดพัน ควานแควนมัดสอก หอกดิ้นเด้าเท้าทก หลกเท้าให้ไปมิทันตาย หงายระงมระงม ยมพบาลลากไป ไฟนรกปลาบปลิ้นดิ้นพลาง เขาวางเหนืออพิจี ผู้บดีซี่อ ชื่อใครใจคด ขบถแก่เจ้า ผู้ผ่านเกล้าอยุธยา สมเดจพระรามาธิบดี ศรีสินทร บรมมหาจักรพรรดิศรราชาธิราช ท่านมีอำนาจมีบุญ คุณอเนก อันอาไศรยร่ม แลอาจข่มชัก หักกิ่งฆ่าอาจถอนด้วยฤทธานุภาพ บาปเบียนตนพันธุพวกพ้องญาติกามาไส้ ไขว้ใจจอดทอดใจรัก ชักเกลอสหาย ตนทั้งหลายมาเพื่อจะทำขบถ ทดโทรหแก่เจ้าตนไส้ จงเทพยาดาฝูงนี้ให้ตายในสามวัน อย่าให้ทันในสามเดือน อย่าให้เคลื่อนในสามบี อย่าให้มีศุขสวัสดิเมื่อใด อย่ากินเข้าเพื่อไฟจนตาย ฯ

หน้าสิบสอง
จงไปเปนเปลวปล่อง            อย่าเอาไศรยแก่นำ้จนตาย
นำ้คลองกลอกเปนพิศม์         นอนเรือนคำรนคาจนตาย ฯ

คาบิดเปนตาวงุ้ม                 ลืมตาหงายสู่ฟ้าจนตาย
ฟ้ากะทุ่มทับลง                   ก้มหน้าลงแผ่นดินจนตาย
แล่งแผ่นดินปลงเอาชีพไป      สีลองกินไฟต่างง้วน ฯ

จรเข้ริบเสือกัด หมีแรดถวัดแสนงขนาย หอกดาบปลายจักครอบ ใครต้องจอบจงตาย งูเงี้ยวพิศม์ทั้งหลายลุ่มฟ้า ตายตำ่หน้ายังดิน นรินทรหยาบไหล่หล้า ใครกวินซื่อแท้ผ่านฟ้า ป่าวอวยพร ฯ

หน้าสิบสาม
อำนาจแปล้เมือแมนอำมรสิทธิ     มีศรีบุญพ่อก่อเศกเหง้า
ยศท้าวตริไตรจักร                   ใครซื่อเจ้าเติมนาง ฯ

มิ่งเมืองบุญศักดิ์แพร่                ใครซื่อรางควายทอง
เพิ่มช้างม้าแผ่วัวควาย              ใครซื่อฟ้าสองย้าวเร่งยิน ฯ

เพรงรัตนพรายพรรณยื่น            ใครซื่อสินเพตรา
เพิ่มเขาหมื่นมหาไชย                 ใครซื่อใครรักเจ้าจงยศ ฯ

หน้าสิบสี่
กลืนชนมาให้ยืนยิ่ง           เทพายศร่มฟ้า
อย่ารู้ว่าอันตราย              ได้ใจกล้าดังเพชร ฯ

ขจายขจรอเนกบุญ สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหา จักรพรรดิศรราชเรื่อยหล้า ศุขผ่านฟ้าเบิก สมบูรณ์พ่อสมบูรณ์ ฯ

ฉบับถอดความ
โองการแช่งน้ำ

1. โอมข้าแต่พระวิษณุเจ้าผู้เป็นใหญ่ ณ สรวงสวรรค์ พระผู้ทรงอำนาจเหนือความตาย พระผู้ประทับเหนือบัลลังก์นาค พระผู้กลืนฟ้าดินไว้ในพระองค์ พระผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะสี่กรทรงถือสังข์ จักร คธา และธรณี พระผู้ทรงอวตารเป็นนางเทพอัปสร พระผู้ทรงปราบอสูรร้ายให้พ่ายหนี(แทงพระแสงศรปลัยวาด)

2. โอมข้าแต่พระศิวะผู้สถิต ณ เขาหลวงอันยิ่งใหญ่ พระผู้ประทับเหนือโคเผือก ทรงนาคเป็นสังวาลสะพาย ทรงปักเกศาด้วยปิ่นพระจันทร์ ทรงเกล้าเกศาเป็นชฎาสูง ทรงมีสามดวงเนตร ทรงสายฟ้าเป็นอาวุธ ทรงทำลายล้างความชั่วร้ายให้สูญสิ้น (แทงพระแสงศรอัคนิวาต)

3. โอม ขอชัยชนะจงมี เปิดความรู้เกี่ยวกับสวรรค์ชันพรหมทั้ง 16 พระพรหมทรงถือกำเนิด ณ ใจกลางดอกบัวบาน ทรงหงส์เป็นพาหนะอย่างงามสง่า ทรงสร้างโลกและสวรรค์ ทรงมีสี่พักตร์เป็นมิตรที่ยิ่งใหญ่ทรงเป็นเจ้าโลกมิรู้ดับสูญ ทรงมีพลังอำนาจปกแผ่ทั่วทั้งสามโลกทรงญาณสูงสุดสมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในพรหมโลก ผ่านความเป็นพรหมเป็นเวลานานมิใช่น้อย ทรงสร้างโลกก่อนๆ มาแล้วไม่รู้กี่ร้อยโลก (แทงพระแสงศรพรหมาศ)

4. ขอกล่าวถึงเรื่องราวโดยละเอียดอันเกี่ยวกับกำเนิดของกัปป์กัลป์เมื่อกจักรวาลจะมอดไหม้นั้น ดวงอาทิตย์ขึ้นจบครบ 7 ดวง แผดแสงแรงกล้าผลาญน้ำจนหมดสิ้น มีแต่ความแห้งแล้ง

5. เปลวมันจากปลาใหญ่ทั้งเจ็ดลุกเปนไฟวาบพุ่งขึ้นมาบนโลกและลามไปเผาผลาญอบายภูมิทั้งสี่ ตลอดจนทำให้สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไหม้เป็นผุยผง

6. พระผู้ทรงสามรรถญาณ คือพระญาณอันสามารถทรงครองพรหมโลก เพทดาทั้งปวงเบียดเสียดกันแน่นดุจดังแป้งอยู่บนพื้นพรหมโลกนั้น จนกระทั่งฟ้าซึ่งมีแสงสว่างจ้ามืดเพราะไฟดับลง

7. ครั้นแล้วน้ำฝนก็ไหลหลั่งเป็นฟองไปดับไฟ ก่อให้เกิดความเยือกเย็นชุ่มฉ่ำแก่แผ่นดิน ปรากฏมีปลา ดิน ดาว และดวงเดือน มีลมแรงพัดไปมา

8. เกิดเมืองพระอินทร์และพระพรหมขึ้นอีก พระพรหมทรงสร้างสวรรค์และโลกให้กลับคืนสู่ภาพเดิม

9. ทรงสร้างทวีปทั้งสี่ ทรงสร้างขุนเขาสูงเยี่ยมฟ้า ทรงสร้างวิมานอินทร์งามเด่นดังสร้อยประดับ

10. จากนั้นพระพรหมเจ้าจึงทรงสร้างเขาไกรลาส และขุนเขาอื่นๆรวมทั้งเขาคันธมาทน์ อายดินส่งกลิ่นหอมฟุ้งขึ้นสู่สรวงสวรรค์ยวนใจให้หมู่เทพยดาลงมาเสพ

11. หมู่เทพยดาซึ่งมีกายเรืองแสงเหาะไปมา ครั้งนั้นยังไม่มีกลางวันกลางคืน ครั้นชิมง้วนดินแล้ว แสงสว่างในกายดับ จึงมืดมิดเหมือนไต้ดับ

12. ดวงตามองมิเห็นสิ่งใด จึงขอแสงสว่าง เกิดดวงอาทิตย์ส่องแสงมายังโลก เกิดดวงจันทร์และดวงดาวสว่างสุกใส ส่งให้เห็นแผ่นฟ้าและแผ่นดิน

13. และเกิดกลางคืนกลางวัน มีข้าวสาลีที่ไม่มีเปลือกกิน ไม่มีผู้บังคับให้แต่งบรรณาการ ต่อมาจึงมีการเลือกผู้มียศยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นราชา เรียกว่า สมมติราชเจ้า เป็นเจ้าครองแผ่นดิน

14. พระยาสมมติราชนี้สืบเชื้อสายสุริยวงศ์เป็นกษัตริย์องค์แรกของกัลป์ใหม่ เชื้อสายของพระองค์ได้ครองแผ่นดินสืบต่อมา วันเสาร์วันอังคารเป็นวันแข็ง จังเป็นวันที่พระราชาเริ่มประกอบพิธีแช่งผี

15. ขอถวายเชือกบาศบนชั้นรองบูชาพระกรรรมบดีปู่เจ้า ผู้เสด็จมาสู่พิธีตั้งขวัญข้าวและธูปเทียนเป็นองค์แรก

16. เหล็กกล้า หญ้าแพรกตัดครึ่ง ใบมะตูม หมุนเชี่ยว ในบาตรน้ำมนต์ โอม โอม ข้าแต่ภูมิเทพผู้สถิต ณ พื้นดิน ผู้ดำรงอยู่ยั่งยืนทุกทิวาราตรี

17. หากผู้ใดคิดทรยศ ขอให้ผีศักดิ์สิทธิ์มาพรากไป ผู้ใดถือขันน้ำทัดใบตานกับใบพลู จงขึ้นสวรรค์

18. ขอขุนมารผู้ผจญพระทศพลโปรดเป็นพยาน อีกทั้งเทพยดาผู้สถิตในไตรภพ ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นทางธรรมทั้ง 500 พระองค์ ผู้เป็นประหนึ่งพระองค์เดียวโปรดช่วยดูแล

19. ขอหมู่พระสงฆ์ผู้ปฎิบัติชอบ ขอพระพรหมผู้ทรงหงส์เป็นพาหนะ และผู้ทรงบันดาลความชื่นฉ่ำสมบูรณ์ในแผ่นดินได้โปรดช่วยดูแล

20. ขอรูปพรหมและอรูปพรหมโปรดช่วยดูแล อสัญญีพรหม อย่ามาใกล้ ขอท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ทิศ ช่วยดูกามภูมิเบื้องล่าง

21. ขอเทพยดา ณ สวรรค์ฉกามาพจร โปรดช่วยดูแลคุ้มครองแผ่นดินไทย ขออากาศเทวดา พญาครุฑ พญานาค โปรดช่วยดูแล

22. ขอเทพเจ้าแห่งฟ้าผ่าฟ้าร้องผู้เลื่อนลอยไปในอากาศ เอาหมอกเป็นธง เทพเจ้าผู้ครองเขากาฬกูฏ และเขาตรีกูฏ พระผู้ซึ่งผีนับแสนระยอบยอมเกรงกลัว โปรดช่วยดูแล

23. ขอเทพเจ้าผู้ครองเขากาฬกูฏและเขาไกรลาศ อีกทั้งผีปู่เจ้สมิงพราย และเพทเจ้าผู้สถิต ณ ผาหลวง ผาลาย โปรดช่วยดู

24. ขอผีดี ผีร้าย ผีพราย ผีดำทะมึนกรูกันเข้ามา ทำให้น้ำเดือดเป็นเปลวตัดคอผู้ทรยศ

25. เร่งตัดคอให้ขาดโดยเร็ว จำขังผู้ทรยศ ขอให้น้ำกัดท้องผู้ทรยศให้พรุน ขอให้แร้งกากลุ้มรุมจิกตาแตก

26. จิกพุงจนกระเพาะแตก ไส้ทะลัก ผู้ทรยศจะถูกหมา หมี หมูแยกเขี้ยวแว้งกัดทำร้าย ขอยมราชเพ่งดูด้วยดวงตาคมดุจดาบ

27. ผู้อกตัญญูทรพีดุร้าย ขอพระพาย พระพิรุณ ผู้สถิตในฟากฟ้ารามสูร และพระขันทกุมาร ผู้ทรงนกยูงเป็นพาหนะ โปรดช่วยดู

28. ขอพระอัคนีเทพเจ้าแห่งไฟในฟากฟ้า ขอทศกัณฐ์เจ้าอสูร ผู้ชะลอเขาซึ่งพญานาครัต พระรามพระลักษณ์ผู้ทรงศรเป็นอาวุธช่วย

29. ขอให้พญาครุฑผู้ปราบนาคช่วยดู ขอผีที่สถิตตามป่าดง ตามถ้ำตามผามากมาย จงมาทั้งทางน้ำและทางบก ตลอดจนเทพในเมืองแมนแดนสวรรค์ชั้นฟ้า ขอเชิญเทพารักษ์มาชุมนุมกัน รวมทั้งพระพนัสบดีผู้เป็นใหญ่แห่งภูตผี ท้าวศรีพรหมรักษ์ ยักษกุมาร ผีบ้าน ผีท่า ผีห่า ผีเหว ผู้มีพลังเร็วเหนือพายุ ผู้มีใบหน้าเท่าแผง จงเร่งมาเอาชีวิต(ผู้ทรยศ) ไป ครั้นมาถึงจึงส่งเสียงดังกึกก้อง แฝงมาฟังข่าว ปรากฎตัวลางๆ ต่างก็ทำเสียงซุบซิบ แยกเขี้ยวยิงฟัน แลบลิ้น ต่างดาหน้ากันมาเท่าที่มีในเมืองฟ้าและเมืองคน เหินมาอย่างพรั่งพรู จงมาสูบเอาผู้ไม่ซื่อสัตย์ ใครก็ตามที่มีใจคดคิดขบถ กวัดแก่งท่อนไม้ไล่ตี คว้ามาจับมัดไพล่หลัง ใช้หอกแทงแล้วกระทืบจนดิ้นเร่า กระชากเท้าไปทั้งที่ยังไม่ตาย ล้มหงายร้องระงม ขอยมบาลลากตัวไปให้ไฟนรกเผาจนดิ้นพลาด นำไปสู่อเวจี ใครชั่วร้ายใจคด คิดขบถต่อพระเจ้าแผ่นดินผู้ครองอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิศรราชาธิราช ผู้ทรงพลานุภาพและคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ปวงประชาได้พึ่งอาศัยพระบารมี ทรงพระราชอำนาจประหารผู้ใด และประทานอภัยโทษผู้ใดก็ได้ด้วยฤทธานุภาพ อันส่งผลถึงพวกพ้องวงศคณาญาติตลอดจนมิตรสหายที่สมรู้ร่วมคิด ทรยศขบถต่อพระเจ้าแผ่นดิน ขอเทพยดาทั้งหลายได้ดลบันดาลให้ตายภายในสามวัน อย่าให้ทันสามเดือน อย่าให้เคลื่อนในสามปี อย่าให้มีความสุขความเจริญ อย่าให้มีอาหารสุกกินจนวันตาย

30. จงกลายเป็นเปลวไฟเผาผลาญ ไม่มีน้ำกินจนตาย น้ำคลองกลายเป็นพิษ แม้นอนอยู่ที่บ้านก็ได้รับทุกข์ทรมานจนตาย

31. ใบหญ้าบาดเป็นดาบงุ้ม หงายหน้าตาตั้ง (เพ่งฟ้า) จนตาย ฟ้าผ่านหน้าคะมำจมดินจนตาย แผ่นดินแยกสูบคร่าเอาชีวิตไป ได้กินแต่ไฟต่างง้วนดิน

32. ผู้ใดหยาบช้าต่อพระมหากษัตริย์ให้ถูกจรเข้งับ เสือหมีฟัด แรดขวิด ถูกปลายหอกปืนแหลมคมทิ่มแทง ดิ้นไม่หลุด ถูกจอบสับตาย งูพิษทั้งบนดินและบนต้นไม้กัดตายหน้าคว่ำลงดิน ผู้ใดซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ขอให้ได้รับพร

33. ขอให้มีอำนาจมากล้นถึงสวรรค์ มีสิริมงคลคุณความดีตามที่เคยสร้างสม ให้มียศเป็นใหญ่ทั่วทั้งสามภพ ผู้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีจะได้รับพระราชทานนาง

34. ขอให้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เป็นที่แพร่หลาย ผู้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีให้ได้รับพระราชทานทองคำเป็นรางวัล ให้มีช้าง ม้า วัว ควาย เพิ่มพูนมากหลาย ผู้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีขอให้เลื่องลือไปถึงเทวโลกและพรหมโลก

35. ขอให้ได้แก้วอันงดงามและทรัพย์สินอันมีค่าเต็มลำเรือใหญ่และเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้น ผู้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์จงเจริญด้วยยศ

36. ขอให้มีอายุยิ่งยืนนาน มียศสูงสุดฟ้า อย่ามีอันตรายมาแผ้วพานให้มีจิตใจแกร่งกล้าดุจดั่งเพชร

37. ขอสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชผู้ยิ่งใหญ่จงมีพระเกียรติคุณขจรขจายทั่วหล้า ทรงดำรงสิริราชสมบัติด้วยความสุขสมบูรณ์ยิ่งเทอญ.
บรรณานุกรมโองการแช่งน้ำ
ประเทศไทย. ANTHOLOGY OF ASEAN LITERATURES. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) , ๒๕๓๙.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์ , ๒๕๒๕.

 

ดัชนีคำศัพท์โองการแช่งน้ำ
ขจาย
: แผ่ออกไป , กระจัดกระจาย
ขบถ
: ผู้ทรยศ
ขุนกล้าแกล้ว
: ขันทกุมาร
เขียวจรรยา
: พระพรหม
เขี้ยวสรคาน
: แยกเขี้ยวยิงฟัน
คา
: ใบหญ้าคา
จงคด
: คิดคด , ทรยศ
เจดปลามัน
: เปลวมันจากปลา
จักราพาฬ
: จักรวาล
ชน
: อายุ
ชรอ่ำ
: ความชุ่มฉ่ำ
ไชยะ
: ชัยชนะ
เดโช
: เปลวไฟ
ตรวัน
: ดวงอาทิตย์
ตาตาว
: แววตาคมดุจดาบ
ตาว
: ดาบ
ไตรจักร
: โลกทั้ง ๓ คือ สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล
ไตรตรึงษ์
: สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ทุณพี
: ทรพี , อกตัญญู
ธรณินทร์
: กษัตริย์องค์แรก
ธรณี
: ก้อนดินเป็นสัญลักษณ์แทนโลก
บซื่อ
: คิดคค , ทรยศ
บรรณา
: การเก็บภาษี
บรเมศวราย
: พระศิวะ
บาตน้ำ
: ขันใส่น้ำมนต์
ปวงดิน
: ทวีป
เปลือกปล้อน
: ไม่มีเปลือก
ผาดำ
: เขากาฬกูฎ
ผาลาย
: เขาจิตรกูฎ
ผาหลวง
: เขาพระสุเมรุ
ผาหอมหวาน
: เขาค้นธมาทน์
ผาเผือก
: เขาไกรลาส
แผ่นช้างเผือก
: แผ่นดินไทย
พระสุธาวาศ
: พื้นพรหมโลก
พระสูริย์
: ดวงอาทิตย์
พิศม์
: พิษ
เพตรา
: เรือสำเภา
ฟ้ากระแฉ่น
: ฟ้าผ่า
ภิฆจรรไร
: ความชั่วร้าย
ภูตพนัศบดี
: เทพแห่งป่าเขา
ภูมเทเวศ
: เทพผู้สถิต ณ พื้นดิน
มารเฟียด
: พญามาร
เมืองอินทร์
: เมืองของพระอินทร์และพระพรหม
เรือนอินทร
: สวรรค์ , วิมาน
ลมบ้า
: : ลมพายุ
วันไอยอาทิ
: วันซึ่งจัดว่าเป็นวันแข็ง
ศุขสวัสดิ
: ความสุขความเจริญ
ศรีบุญ
: สิริมงคล
สามเส้า
: เขาตรีกูฏ
สี่ปวงผี
: ท้าวจตุโลกบาล
อพิจี
: นรกอเวจี
อมไตยโลเกษ
: ไม่มีวันตาย
โอม
: คำขึ้นต้นบทสวดมนต์ของพราหมณ์ หมายถึง พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม
อำมร
: สวรรค์
เอาใส่เล้า
: จำขัง
ฤทธานุภาพ
: อานุภาพ , อำนาจ

 

SHARE NOW

Facebook Comments