มะละกอ สรรพคุณไม่ได้มีดีแค่ทำอาหารได้หลายเมนู

มะละกอ สรรพคุณไม่ได้มีดีแค่ทำอาหารได้หลายเมนู

มะละกอ

มะละกอ สรรพคุณไม่ได้มีดีแค่ทำอาหารได้หลายเมนู หรือเป็นผลไม้แก้ท้องผูกเท่านั้น แต่มะละกอหนึ่งลูกยังเป็นได้ทั้งอาหารเพื่อสุขภาพและสมุนไพรรักษาโรค
มะละกอมีถิ่นดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกาแถบร้อน โดยมีการสันนิษฐานกันว่า มะละกอถูกนำเข้ามาพร้อมกับชาวยุโรปตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากนั้นจึงได้กระจายพันธุ์ไปปลูกในทุกภาคของประเทศไทย โดยมะละกอในชื่อภาษาอังกฤษก็คือ papaya มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Carica papaya Linn.
คุณค่าทางโภชนาการของมะละกอสุก 1 ส่วน
ประมาณ 7 ชิ้นคำ (6*2*1.5 ซม.) หรือ 144 กรัมโดยเฉลี่ย
พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
น้ำ 128 กรัม
น้ำตาล 12 กรัม
ไฟเบอร์ 2.4 กรัม
แคลเซียม 16 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 220 มิลลิกรัม
เบต้าแคโรทีน 694 ไมโครกรัม
เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 435 มิลลิกรัม
ไทอะนิน 0.04 มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน 0.03 มิลลิกรัม
ไนอะซิน 0.3 มิลลิกรัม
วิตามินซี 79 มิลลิกรัม
จะเห็นได้ว่ามะละกอสุกเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างมาก ทั้งกากใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระ
สรรพคุณของมะละกอที่เราจะได้ หากกินมะละกอสุก
– บำรุงสายตา
มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตมินเอ วิตามินที่สำคัญต่อการทำงานของจอประสาทตาและการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในตอนกลางคืน อีกทั้งเบต้าแคโรทีนในมะละกอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จึงช่วยเสริมพลังในการบำรุงสายตาของเราได้อีก
– บรรเทาอาการเลือดออกตามไรฟัน
วิตามินซีมีส่วนสำคัญในการป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และในมะละกอเองก็มีวิตามินซีอยู่ไม่น้อยนะคะ รวมไปถึงวิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย
– บำรุงเลือด บำรุงน้ำนม
สารอาหารในมะละกอมีส่วนช่วยบำรุงเลือด และช่วยขับน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอด อีกทั้งการกินมะละกอสุกยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของคุณแม่ด้วยนะคะ ส่งผลให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปอย่างไหลลื่นมากขึ้น
– เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
มะละกอมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้จะช่วยเสริมภูมิคุมกันของร่างกาย ช่วยให้เราไม่ป่วยได้ง่าย ๆ
– ช่วยลดการอักเสบ
เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้น อาการอักเสบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายก็จะลดน้อยลง ที่สำคัญในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน เอนไซม์ที่มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบที่เกิดจากการปวด บวม แดง ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อได้
– ช่วยย่อยอาหาร
เอนไซม์ปาเปนในมะละกอที่มีสรรพคุณในการย่อยเนื้อก็มีส่วนช่วยย่อยอาหารในกระเพาะอาหารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะกินมะละกอดิบจากเมนูส้มตำ หรือกินมะละกอสุกก็ได้รับเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารได้เหมือนกันเลย
– แก้ท้องผูก
มะละกอมีไฟเบอร์สูง และมีน้ำย่อยธรรมชาติที่สามารถกำจัดคราบโปรตีนเก่า ๆ ที่ร่างกายย่อยไม่หมดออกไป ช่วยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการขับถ่ายของลำไส้ รวมทั้งพาเอาปัญหาท้องผูกออกไปจากตัวเราด้วย ที่สำคัญคือ ยังมีสารเพกตินที่เป็นสารช่วยเคลือบกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร พร้อมกับสรรพคุณที่ช่วยให้กากอาหารมีมากขึ้นจนไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวถ่ายออกมา เมื่อถ่ายง่าย ถ่ายคล่อง ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย
– มีเบต้าแคโรทีนช่วยต้านมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย จึงถือว่ามะละกอเป็นผลไม้ช่วยต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมากพอสมควรเลยค่ะ
– ประโยชน์ของมะละกอต่อผิวก็ดี
นอกจากกินอร่อยแล้ว มะละกอสุกยังนำมาทำเป็นสูตรพอกผิวพรรณเพื่อความกระจ่างใส ด้วยเพราะมะละกอมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี วิตามินอีในตัวเอง จึงเป็นสูตรบำรุงผิวพรรณจากธรรมชาติที่ดีอีกสูตรหนึ่ง สาว ๆ คนไหนอยากบำรุงผิวหน้าด้วยมะละกอ ลองมาดูสูตรพอกหน้ากันเลย
– ช่วยลดน้ำหนัก
คุณสมบัติช่วยย่อยอาหารที่มะละกอมีจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ดียิ่งขึ้น การดูดซึมสารอาหารก็จะมีประสิทธิภาพขึ้น รวมไปถึงการขับถ่ายของเสียก็คล่องตัวขึ้นด้วย ดังนั้นคนที่ลดน้ำหนักอยู่จะกินมะละกอเพื่อช่วยเสริมให้การลดความอ้วนเป็นไปด้วยดีขึ้นก็ได้นะ
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองโภชนาการ กรมอนามัย
Comments
Translate »