ทฤษฎีใหม่ ร9

พระราชทานเมื่อ วันที่ 4 ธันวาคม 2540
คู่มือการดำเนินชีวิตสำหรับประชาชน ปี 2541
และ ทฤษฎีใหม่

ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนให้กลับเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง
ไม่ต้องทั้งหมดแม้จะไม่ถึงครึ่งอาจจะเศษหนึ่งส่วนสี่
ก็จะสามารถที่จะอยู่ได้ การแก้ไขจะต้องใช้เวลาไม่ใช่ง่ายๆ
โดยมากคนก็ใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำ
ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็จะสามารถที่จะแก้ไขไต้

พระราชดำรัส
พระราชทานเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540
ผู้จัดพิมพ์
สำนักงานจัดการทรัพย์ลินส่วนพระองค์
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
บริษัท มงคลชัยพัฒนา จำกัด
บริษัท บางจากปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน)
จำนวน
500,000 เล่ม (มกรา คม 2541 )

ขอขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พร ซึ่งทำให้
สามารถที่จะผ่านหนึ่งปีโดยสวัสดิภาพ เมื่อปีที่แล้วพูด
ถึงลิง ทำไมพูดถึงลิง เพราะว่าปีที่แล้วได้บอกว่ามี
โครงการแก้มลิง โครงการแก้มลิงได้พูดมานับว่าหลาย
ปีแล้ว และเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้ที่ได้ทำกิจการแก้มลิงนี้ก็
ได้ผลพอสมควรแล้ว ปีนี้กรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วม แต่ว่าได้
ใช้โครงการนี้ในที่ที่น้ำท่วมและเกิดได้ผล
เมื่อสองเดือนมีน้ำท่วมหนักในประเทศในหลาย
จังหวัด แต่ที่ดูรุนแรงที่สุดคือที่จังหวัดชุมพร โดยที่ยัง
ไม่ถึงเวลาที่จะมีพายุไต้ฝ่นและโซนร้อนมา ฝนลงจน
ทำให้น้ำท่วมเมืองชุมพรมีความเสียหายเป็นจำนวน
มหาศาล ทำให้คิดถึงว่าน่าจะไปดูว่าทำไมเป็นอย่างนั้น
ฝนตกมาและน้ำท่วมในเมีอง เขาว่าบางแห่งก็สองเมตร
ทำให้มีความเสียหายมากต่อทรัพย์สินของประชาชน
และแม้แต่สิ่งของทางราชการ เช่น ที่โรงพยาบาล
เครื่องเอกซเรย์ถูกน้ำท่วมเสียหายไป
ฉะนั้น ถ้าจะลงทุนเพื่อที่จะป้องกันมิให้น้ำท่วม
รุนแรงอย่างนั้นก็ควรหาวิธี ได้ส่งคนไปถ่ายรูปทางบก
ทางอากาศ และเราก็ดูแผนที่ เห็นว่ามีที่แห่งหนึ่งที่
ควรทำเป็นแก้มลิงได้โดยฉรรมชาติ คือมีหนองใหญ่
หนองใหญ่นั้นเป็นที่กว้างใหญ่ตามชื่อ แต่ว่าก็ไม่ใหญ่
พอ เพราะว่ามีการบุกรุกเข้าไปและตื้นเขิน
ที่สำคัญมีคลองที่อยู่ใกล้หนองใหญ่นั้น แต่คลอง
นั้นยังตัน คือยังไม่ได้ขดให้ตลอด เหลือระยะอีก
กิโลเมตรครึ่งเศษๆ น้ำที่จะลงในคลองนี้เพี่อที่จะ
ระบายออกทะเลมิให้หันวกมาท่วมเมือง ลงทะเลยังไม่
ได้ เลยถามว่าโครงการเขาจะขุดคลองนี้เสร็จเมื่อไร
เขาบอกว่ามีงบประมาณแล้วแต่ยังไม่มา และว่าจะทำ
เสร็จในปีหน้า ปี 2541 เลยนึกว่าจะต้องหาวิธีที่จะ
ใช้ประโยชน์จากคลอง ซึ่งได้ลงทุนมากให้ได้ประโยชน์
ในฤดูกาลที่จะมีพายุเข้ามา เลยบอกเขาว่า จะขอ
สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ทั้งกรมชลประทาน ทั้งฝ่าย
จังหวัด และมีบริษัทได้รับมอบหมายให้ทำ ให้เขารีบ
ขุดและทำโครงการให้เสร็จภายในเดือนหนึ่ง แทนที่
จะเป็นปีหนึ่งจะกลายเป็นเดือนหนึ่ง ได้รับรองเขาว่า
ถ้าต้องการการสนับสนุนจะให้การสนับสนุน งานจึงเริ่ม
โดยทำการขุดและทำเป็นท่อ มีประตูน้ำที่จะทะลุออก
ไปในหนองใหญ่เพื่อที่จะระบายน้ำลงคลอง
บอกเขาว่าให้เวลาเดือนหนึ่ง เขาก็สั่นหัวว่างาน
เช่นนี้ต้องใช้เวลา เลยบอกกับเขาว่าขอสนับสนุนด้วย
เงินที่ได้ส่วนหนึ่งของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อ
อุดหนุนให้สร้างประตูน้ำ ใส่ท่อและมีประตูน้ำจาก
หนองใหญ่ลงคลอง ส่วนการขุดคลองให้สำเร็จนั้น
ทางมูลนิธิชัยพัฒนาได้สนับสนุนเงิน 18 ล้าน ซึ่งทาง
ราชการได้มอบเงินตามงบประมาณ ได้เมื่อไรก็ขอคืน
แต่ไม่ทราบว่าทางราชการจะสนับสนุนเงินนี้หรือไม่
แต่ไม่เป็นไร มูลนิธิฯ ก็ยอมที่จะเสียประโยชน์ไปบ้าง

ชัยชนะ ชัยพัฒนา
ทำอย่างนี้เพราะเห็นว่าการลงทุนเพื่อให้มี
ผลิตผลมากขึ้น ข้อหนึ่ง การลงทุนเพื่อให้ไม่ต้องเสีย
เงินอีกข้อหนึ่ง เป็นสิ่งทื่คุ้ม ถ้าเราไม่ทำ เชื่อว่าจะมีน้ำ
ท่วม ทั้งที ทำการเพาะปลูก สถานที่ราชการ หรือเอกชน
ต้องเสียหาย ต้องเสียเงินมากกว่านั้นมาก เสียเงินค่า
ส่งเสริม ค่าสงเคราะห์ผู้ที่เสียหาย ซึ่งถ้าไม่มีความ
เสียหายก็ไม่ต้องเสียเงิน ประชาชนได้ทำมาหากินอย่าง
ปกติ ผลของงานของเขาก็จะเป็นรายได้ นอกจากราย
ได้ก็เป็นความสะดวก เช่นเครื่องเอกซเรย์ที่ได้กล่าวถึง
ก็ได้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยได้อย่างดี
ฉะนั้น การที่ลงทุนในเดือนนั้น 18 ล้านกว่าก็
นึกว่าคุ้ม เป็นการประหยัดเงินของประชาชน เป็นการ
ประหยัดเงินของราชการ งานเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องใช้
ทรัพย์เข้าไป สำหรับประตูน้ำนั้นก็ได้ผล เพราะว่าเมื่อ
พายุลินดาเข้า ทางกรมอุตุนิยมฯ ได้แจ้งว่าจะเข้าแถว
ชุมพร แต่ความจริงนึกว่าจะเลยชุมพรขึ้นมาถึง
ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี เช่นนั้นก็จะทำให้ชุมพร
ไม่โดนกำลังแรงที่สุดของพายุ แต่โดยที่คลอง คือลำน้ำ
ที่ผ่านเมืองชมพร มีต้นน้ำข นไปถึงประจวบคีรีขันธ์ เข้า
ใจว่าน้ำจะลงมามาก
ถึงเวลาพายุลินดาเข้า ฝนก็ลงตลอดแถว ตั้งแต่
เหนือของชุมพรไปถึงเพชรบุรี น้ำก็จะท่วม แต่ว่าโดยที่
ได้เอาน้ำออกจากหนองใหญ่ลงคลองที่ขุดทะลุไปได้แล้ว
หนองใหญ่จึงรับน้ำที่ลงมาลงทะเลได้ตามหน้าที่ของ
หนองใหญ่ใน ฐานะเป็นแก้มลิง ลงท้ายชุมพร ตัวเมือง
ชุมพร และชนบทข้าง ๆ ชุมพร น้ำจึงไม่ท่วมแม้จะมี
พายุมาอย่างหนัก
จึงเป็นชัยชนะที่ใหญ่หลวงของมูลนิธิชัยพัฒนา
มูลนิธิชัยพัฒนาก็มีผลงานสมชื่อ นอกจากนั้นก็มี
ผลงานของมูลนิฉิราชประชานุเคราะห์ ซึ่งหมายถึงว่า
พระราชากับประชาชนอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน เมื่อ
เป็นผลอย่างนี้ ก็มีประชาชนชาวชมพรได้บริจาคเงิน
เพื่อสนับสนุนโครงการ ตามปกติชาวชุมพรก็ไม่ค่อย
แยแสกับการบริจาคนัก แต่เขาก็บริจาคเงินเป็นแสน
ฉะนั้น การที่ปีที่แล้ว สองเดือนที่แล้ว มี
เหตุการณ์น้ำท่วมและสามารถทำให้น้ำท่วมนั้นบรรเทา
ความเดีอดร้อนก็เป็นการดี ที่เมืองอื่น จังหวัดอื่น ก็
เข้าใจว่ามีทางที่จะทำเช่นนี้ โดยมีการลงทุนทีjจะ
เป็นผลให้ประหยัดการสงเคราะห์ ประหยัดความ
เสียหาย เช่น พืชผลจะจมน้ำตาย เมื่อพืชผลจมน้ำ
ตายแล้วทางราชการก็ต้องส่งเสริมสนับสนุนเมล็ดพันฐ์
หรือส่งเสริมให้ประชาชนมีอยู่มีกินได้ ฉะนั้นให้เห็น
ว่าการลงทุนนี้คุ้มค่า
วิกฤต อะไรที่ควรทำ อะไรที่ควรเว้น
ในระยะนี้ที่นายกฯ บอกว่าเป็นระยะวิกฤต
ก็ต้องพิจารณาอยู่เสมอว่า “อะไรที่ควรจะทำ อะไรที่
ควรจะเว้น”
ที่ท่านเห็นอยู่บนเวทีนี้คงแปลกใจ ทำไมจะมา
ตี “กลองยาว” หรืออย่างไร แต่ว่าข้อสำคัญหีบที่ใส่
กลองยาวนี้เห็นได้ชัดว่าเขียนว่า “เมดอินไทยแลนด์ ”
เมดอินไทยแลนด์นี่จะเป็นประโยชน์ ถ้าเรามา
ใช้ของไทย ซื้อของไทย เที่ยวเมีองไทย กินข้าวไทย
อันนี้จะได้ประโยชน์ แต่ว่าก็ไม่แก้ปัญหา ปัญหามี
อยู่ว่า เมื่อผู้ที่ทำกลองนี้เขาเป็นบริษัท เป็นร้านที่นำ
เข้าสินค้าที่เขาขาย เขาบอกแย่ เพราะเขานำเข้ามา
ก็ต้องเสียเงินแพง และต้องขายในราคาเดิมที่มีการ
ตกลงว่าจะขาย เขาบอกขาดทุน แต่เขามีความคิดอยู่
เขาสามารถที่จะผลิตกลองนี้และส่งนอก ส่งไปที่
อเมริกาส่วนหนึ่ง ส่งไปที่ยุโรปส่วนหนึ่ง และเขาทำ
งานหนัก ก็เพิ่งได้ส่งไป หมายความว่า เขาถัวกับที่
เขาสั่งเข้า เขาถัวไปก็ยังพอไปได้ ถ้ากลองนี้เป็นที่
นิยมมากก็สามารถที่จะมีกำไรและประเทศชาติก็จะมี
กำไรไปด้วย
หมายความว่าการสั่งของจากต่างประเทศมีความ
จำเป็นบ้างในบางกรณี แต่ก็สามารถที่จะส่งออกนอกซื่ง
ผลิตผลที่ทำในเมืองไทย ไม้ที่ใช้ก็เป็นไม้ที่มีในเมืองไทย
คือเป็นไม้ที่โดยมากก็ไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ใช่ไม้ต้องห้าม
อย่างที่เขาห้ามตัดป่าไม้ ไม่ใช่ไม้ที่เป็นป่าไม้ เป็นไม้
ยางพารา ไม้ยางพาราที่ต้องเปลี่ยนเพื่อให้มีผลผลิตยาง
ให้ดี เขาก็เปลี่ยน เขาก็ตัดยางเก่าเอามาโดยมากก็ไม่ได้
ใช้มากนัก มาตอนหลังเขาใช้ทำเครื่องเรือน แต่สำหรับ
ในกรณีนี้เขาลงไปภาคใต้ไปซื้อไม้ยางพารามาด้วยตนเอง
แล้วมาทำกลองนี้ มีกลองแบบกลองยาวและมีแบบ
กลองเล็ก ๆ ใช้ไม้ในเมืองไทย และที่ขึงหนังบนกล่อง
ก็เป็นสิ่งที่ผลิตในเมืองไทยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น
สามารถทำให้มีการส่งออกสิ่งของที่ทำด้วยวัตถุดิบใน
เมืองไทยและทำด้วยแรงงานของคนไทย อันนี้เป็น
การแก้ไขสถานการณ์วิกฤตอย่างดี
เป็นของเอกชน เขาทำเอง แต่ก็ต้องเหน็ดเหนื่อย
เขาบอกเหนื่อยมากจะเป็นโรคประสาท เพราะว่า
ทำไม่ทันที่จะส่ง แต่เมื่อส่งแล้วเขาก็มาพบและมา
มอบผลิตผลของเขา และบอกว่าสบายใจขึ้น อันนี้
เป็นวิธีแก้ไขที่เห็นเป็นประจักษ์ว่าทำได้ แต่ต้องมี
ความเพียร ต้องมีความอดทน
ดังนี้ทำให้ได้คิดว่าทำไมวิกฤตการณ์เกิดขึ้น
ได้ เราเป็นเมืองอุดมสมบูรฐ์และเราได้ชื่อว่ากำลัง
ก้าวหน้าไปสู่เมืองที่เป็นมหาอำนาจทางการค้า ทำไม
เกิดวิกฤตการณ์

ต้นเหตุของวิกฤตการณ์ปัจจุบัน
ความจริงวิกฤตการณ์นี้เห็นมาแล้วแต่ไม่รู้ตัว
มา 40 กว่าปี
เมื่อ 40 กว่าปี มีผู้หนึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย
มาขอเงิน ที่จริงเคยได้ให้เงินเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาบอก
ไม่พอ เขาก็ขอยืมเงิน ขอกู้เงินก็บอกเอ้าให้ แต่ขอ
ให้เขาทำบัญชี บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย
รายรับคือเงินเดือนของเขา และรายรับที่อุดหนุน
เข้า ส่วนรายจ่ายก็เป็นของที่ใช้ในครอบครัว แต่มี
สิ่งหนึ่งที่ครั้งนั้นไม่เข้าใจ ไม่เคยเห็น ไม่เคยทราบ
คีอมีรายการหนึ่งบอกว่า “ค่าแชร์ “เล้วอีกตอนหนึ่ง
ก็มีค่าแชร์อีก
ก็ถามเขาว่า “แชร์ “อือะไร
เขาก็อฉิบายว่าเป็นเงินที่จ่ายให้เจ้ามือทุกเดือน
และเมื่อเดือดร้อนก็ขอประมูลแชร์ได้ แต่ประมูลนี้
หมายความว่า สมมติแชร์ 100 บาท เขาจะได้รับ
คล้าย ๆ เป็นเงินกู้ เงินควรจะเป็นเงิน 1,200 บาทใน
ปีหนึ่ง ก็ควรจะดี แต่ว่าเขาไม่ได้ ๆ 200 บาท เขาได้
800 บาท หรือ 700 บาท แล้วแต่ประมูลได้ แล้วคน
ที่มีเงิน เขาไม่ประมูลเขาทิ้งไว้ในแชร์นั้น พอถึงเวลา
เขาก็ได้กลับคืนเงินมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย
อย่างนี้ถามเขาว่าสามารถจะหมุนเงินนี้ได้หรือ
เปล่า ถามว่าทำไมเเชร์แล้วยังซ้ำแชร์อีก เขาบอกว่า
สำหรับจ่ายแชร์เดือนนั้น ต้องทำแชร์สัปดาห์ 7 วันนี้
เขาเปียแชร์มาเพี่อไปใช้ค่าแชร์เดือน เขานึกว่าเขาฉลาด
และความจริงแชร์นี้ไม่ใช่เฉพาะคนนี้ทำ แต่ทั่วไปทุกแห่ง
ทั้งราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็มี ทุกบริษัท
ทุกส่วน แม้เอกชนก็มีแชร์ เลยบอกให้เขาเลิกแชร์
และให้ทำบัญชีมา
ทีหลังเขาทำบัญชีมา เขาไม่ขาดทุนแล้ว เขา
สามารถที่จะมีเงินพอใช้ เพราะว่าบอกเขาว่าเรามี
เงินเดือนเท่าไร จะต้องใช้ภายในเงินเดือนของเรา
เพราะการทำแซร์เท่ากับเป็นการกู้เงิน กู้เงินนำมา
ใช้ในสิ่งที่ไม่มีรายได้ อันนี้เป็นข้อสำคัญ เพราะ
ว่าถ้ากู้เงินและทำให้มีรายไดกึเท่ากับจะใซ้หนี้ใด้ ไม่
ต้องติดหนี้ ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องเสียเกียรติ
มีอีกรายหนึ่งในระยะนั้นเมื่อ 40 ปีมาแล้ว เขา
ขอกู้เงิน 30,000 บาท เอาไปซื้อเครื่องมือสำหรับตัด
เย็บผ้าให้ภรรยาทำร้าน ก็ตกลงให้เขา ในที่สุดเมื่อเขา
ตั้งร้านแล้ว เขาก็เอาเงินมาคืนทุกเดือนสม่ำเสมอ
จนกระทั่งหมดจำนวนที่ได้ให้กู้ ด้วยความฉลาด ด้วย
ความซื่อสัตย์ของเขา รู้ว่ากิจการนี้จะทำให้มีกำไรได้
สามารถที่จะคืนเงินมาให้ครบจำนวนที่กู้ ต่อไปเป็น
กำไรทั้งนั้น ก็ชมเขาว่าดี คนนี้เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ใน
ที่สุดมาเป็นคนที่ช่วยในด้านช่างฝีมือ และได้รับใช้
อย่างซื่อสัตย์จนกระทั่งถึงสิ้นอายุ
มีอีกรายหนึ่ง เขาเอาหัวเข็มขัดมาให้ เราถาม
ว่าหัวเข็มขัดนี้เอามาให้ทำไม ในที่สุดทราบว่าเขาขอกู้
เงิน อันนี้เป็นสิ่งที่ประหลาด เพราะว่าเขาไม่มีเงินใช้
ทำไมไปซื้อหัวเข็มขัด ซึ่งก็ราคาไม่ใช่ถูก แล้วเอามา
ให้ เลยบอกเขาว่าไม่ให้ เพราะทราบดีว่าถ้าให้เขา
เขาจะไม่มีเอามาใช้เรา ไอ้เงินจะให้เขาก็มี แต่ว่าถ้า
ให้เงินเขาแล้วก็ไม่มีผล คือเขาเอาไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉก
และไม่มีผลอย่างผู้ที่ขอกู้สำหรับทำอาชีพ จะกลาย
เป็นการทำให้คนเขายิ่งเสียใหญ่ อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้อง
สอน กู้เงิน เงินนั้นจะต้องให้เกิดประโยซน์ มิใช่กู้
สำหรับไปเล่นไปทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์
อันนี้มีอีกคนหนึ่ง เขาจะแต่งงานและขอกู้เงิน
เลยนึกว่าคนนั้นเขาทำงานมาดี น่าจะให้เหมีอนเป็น
รางวัลเขา ก็ให้เงินเขา 10,000 บาท สมัยโน้น 10,000
บาทมิใช่น้อย 10,000 บาทเพื่อไปจัดงานแต่งงานของ
เขา เขาก็ตกลงแต่งงานและยังไม่ได้คืนเงิน ไม่ค่อยถือ
อะไร เพราะว่าเขาแต่งงาน เขามีความสุขก็ดีไป เขา
ทำงานได้ดี แต่หารู้ไม่ สักปีสองปีให้หลังเขามาขอเงิน
30,000 บาท ก็บอกเอา 30,000 บาทเอาไปทำอะไร
เขาบอกว่าเมื่อแต่งงาน เงินเขาไม่พอเลยไปกู้
เงินที่อื่นมา แต่ใช้คืนไม่ได้เลยต้องเสียดอกเบี้ย จน
กระทั่งใช้คืนเงินต้นหมดแล้ว ต้องใช้ดอกเบี้ยจำนวน
นั้นด้วยคือ 30,000 บาท ไม่นับ 10,000 บาทที่เราให้
เขาไปแล้ว หมายความว่าไปติดนุงนังหนี้ ไม่สามารถ
ที่จะใช้ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ได้รู้อีกว่าถ้าไม่ได้อย่างนี้ เขาจะฆ่าตัวตาย
เพราะว่าไม่มีทางออก เงินเดือนเขาไม่พอจะใช้หนี้
ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย เพราะ
ว่าต้องติดอีกต่อไปทบต้น ก็เห็นว่าครั้งแรกเขายืมเงิน
สำหรับแต่งงานน่าจะมีความสุขกลับมีความทุกข์ เลย
ไหนๆ ให้ไป 10,000 บาทแล้วก็ให้ไปให้ครบที่จะไป
ใช้หนี้ได้ ลงท้ายเขาสามารถที่จะมีชีวิตต่อไปและทำ
งานได้ แต่คงเป็นบทเรียนที่ดี อันนี้หมายความว่าเขา
ขอเราก็ให้ เราจะได้ช่วยชีวิตเขา
มีอีกรายหนึ่ง เป็นคนข้างนอก มาบอกว่าลูกของ
เขาเจ็บตา ถ้าไม่ทำอะไรตาจะบอด เราก็สงสารเขา
ให้เงินเขา 30,000 บาทเหมือนกัน ลงท้ายไม่ทราบว่า
ลูกเขาได้ไปผ่าตัดตาได้ผลดีอย่างไร แต่วันหนึ่งโผล่มา
อีกทีบอกว่ารักษาตาลูกเรียบร้อยแล้ว แต่ขอบ้านอยู่ และ
บ้านนั้นเขาไปสืบเสร็จว่าบ้านนั้นว่าง แล้วมาขออยู่ฟรี
เลยเลิกเลย เพราะเขาควรจะมีฐานะพอสมควรที่จะมี
บ้านอยู่ บ้านที่ขอนี้นับว่าเป็นบ้านใหญ่ ถ้าขอบ้าน ถ้า
ให้บ้าน เขาก็ต้องมาขอค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านอีก เมื่อ
บ้านใหญ่คงมีญาติมีเพื่อนมาอาศัยบ้านก็ต้องเสียเงินอีก
เลยบอกว่าไม่ให้ ที่พูดว่าไม่ให้นั้นเรียกว่ามีความ
เดือดร้อนเหมือนกันที่จะพูดอย่างนั้น จะว่าสงสารก็
สงสาร เวลาใครมาขออะไรแล้วไม่สามารถที่จะให้
มันก็ไม่ค่อยสบายใจ ในที่สุดก็เงียบไป
ข้อเหล่านี้ที่เล่าให้ฟังเพราะว่าเป็นต้นเหตุของ
วิกฤตการณ์ปัจจุบัน

ทำอย่างเหมาะสมกับอัตภาพ
ขอเล่านิทานอีกเรื่อง คือ ไปทางชลบุรีครั้งหนึ่ง
ก็หลายสิบปีแล้ว มีพ่อค้าคนหนึ่งเขาบอกว่าเขาทำ
โรงงานสับปะรดกระป๋อง เขาลงทุนเป็นล้าน จำไม่ได้
ว่ากี่ล้านเพื่อสร้างโรงงาน
การลงทุนมากอย่างนั้นเลยบอกให้เขาทราบว่า
ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะว่าเคยทำโรงงานเล็ก ๆ ที่ทาง
ภาคเหนือใช้เงิน 300,000 บาท เพื่อที่จะเอาผลิตผล
ของชาวบ้านชาวเขามาใส่กระป๋องแล้วขาย ก็ได้ผล
เพราะเป็นโรงงานเล็ก ๆ แต่โรงงานเขาเองลงทุนเป็น
ล้านรู้สึกว่าเสี่ยง
เขาบอกว่าต้องทำอย่างนั้น เขาก็ลงทุน ทำไป
ทำมาสับปะรดที่อำเภอบ้านบึงและที่ชลบุรีก็มีไม่พอ
ต้องไปสั่งสับปะรดมาจากปราณบุรี ต้องขนส่งมา
ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ทำไปทำมาโรงงานก็ล้ม อย่าง
นี้แสดงให้เห็นว่า ทำโครงการอะไรต้องให้นึกถึงขนาด
ที่เหมาะสมกับที่เรียกว่าอัตภาพหรือกับสิ่งแวดล้อม

รอบคอบและอย่าตาโต
นี่พูดไปพูดมายังคิดถึงอีกรายหนึ่งที่ลำพูน
มีการตั้งโรงงานสำหรับแช่แข็งผลผลิตของ
ชาวไร่ ได้ไปเยี่ยมแล้วเขาบ่นว่าคุณภาพของข้าวโพด
ที่ใช้ใส่กระป๋องสำหรับแช่แข็ง คุณภาพไม่ค่อยดี เขา
บอกว่าซื้อในราคาแพงไม่ได้ ตอนนั้นไม่ทราบว่าเขา
จะมีอันเป็นอย่างไร ได้บอกเขาว่าน่าจะส่งเสริมให้
เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด ให้ได้ข้าวโพดที่คุณภาพดี
โรงงานจะเจริญ เขาบอกว่าให้ไม่ได้ เพราะว่าคุณภาพ
เขาไม่ดี อันนี้เป็นปัญหาโลกแตก ถ้าไม่ให้ราคาดี หรือ
ไม่สนับสนุนเกษตรกร ก็ทำให้ข้าวโพดคุณภาพดีไม่ได้
เรื่องนี้ตอนแรกอาจดูเหมือนขาดทุน ดูจะไม่
ได้ประโยชน์ จะไม่ได้คุณภาพ จะได้ข้าวโพดทีฟันหลอ
ซึ่งเขาบอกเขาต้องทิ้ง เพราะว่าเครื่องจักรของเขาต้อง
มีข้าวโพดที่มีขนาดที่เหมาะสม เมื่อเป็นอย่างนั้น
ความจริงไม่ได้แช่งเขา แต่นืกในใจว่าโรงงานอยู่ไม่ได้
และในที่สุดก็จริง ๆ ก็ล้ม อาคารอะไรต่าง ๆ ยังอยู่
เดี๋ยวนี้ แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เกะกะอยู่อย่างนั้น
ฉนั้นการที่จะทำโครงการอะไรจะต้องทำด้วยความ
รอบคอบและอย่าตาโตเกินไป
คือบางคนเขาเห็นว่าแม้มีโอกาสที่จะทำโครงการ
อย่างโน้นอย่างนี้ และไม่ได้นึกถึงว่าปัจจัยต่างๆ ไม่ครบ
ปัจจัยคือขนาดของโรงงาน หรือเครื่องจักรที่สามารถจะ
ปฏิบัติได้ แต่ข้อสำคัญที่สุดคือวัตถุดิบ เอาวัตถุดิบมา
แล้วไม่สามารถที่จะให้ค่าตอบแทนกับเกษตรกรที่นำ
วัตถุดิบมาส่ง ยิ่งถ้าวัตถุดิบสำหรับทำในโรงงานนั้น
เป็นวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าก็ยิ่งยาก เพราะว่าวัตถุดิบที่
นำเข้านั้นราคาไม่สม่ำเสมอ บางปีวัตถุดิบนั้นบริบูรณ์
ราคาอาจจะต่ำลงมา แต่เวลาจะขายสิ่งของที่ทำที่
ผลิตจากโรงงานหรือจากกิจการก็ขายยากเหมือนกัน
เพราะมีมากจึงทำให้ราคาตก อันนี้เป็นกฎเกณฑ์ที่ต้องมี
ข้อสำคัญ อยากจะพูดถีงว่าถ้าหากว่าเราทำ
โครงการที่เหมาะสม ขนาดที่เหมาะสม อาจจะไม่ดู
หูรหรา แต่ว่าจะไม่ล้ม หรือถ้าล้มถ้ามีอันตรายไปก็ไม่
เสียมาก เช่น โรงงานกระป๋องริเริ่มทำที่อำเภอฝางนั้น
วันหนึ่งเขาติดต่อมา บอกว่าน้ำท่วม น้ำจากเขาลงมา
พัดโรงงานเสียหาย เลยบอกว่าไม่เป็นไร จะสนับสนุน
เงินเพิ่มเติม เพราะที่ดินตรงนั้นซื้อแล้ว เครื่องมือ
เครื่องใช้ก็ไม่เสียหมด ก็สนับสนุนเขาอีก 400,000
ก็ตั้งขึ้นมาใหม่ต่อไป ก็ใช้งานได้มีกำไร อันนี้หลายปี
มาแล้ว

เศรษฐกิจแบบพอเพียง
มาใหม่ ๆนี้ โครงการต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น โรงงาน
ก็เกิดขึ้นมาก จนกระทั่งคนเขานึกว่าประเทศไทยเป็น
เสือตัวเล็กๆ และเป็นเสือตัวโตขึ้น เราไปเห่อว่าจะ
เป็นเสือ
ความจริงเคยพูดเสมอในที่ประชุมอย่างนี้ว่า
การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่
พอกิน และมีเศรษ ฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน
แบบพอมีพอกินหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ให้มี
พอเพียงกับตัวเอง
อันนี้เคยบอกว่า ความพอเพียงนี้ไม่ได้
หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว
จะต้องทอผ้าใส่ให้ตัวเองสำหรับครอบครัว อย่างนั้น
มันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความ
พอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่า
ความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที]ไม่ห่างไกลเท่าไร
ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก
อย่างนี้นักเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัย
จริง อาจจะล้าสมัย เพราะว่าคนอื่นเขาก็ต้องมีการ
เศรษฐกิจที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรียกว่าเป็น
เศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษจกิจความพอเพียง รู้สึก
ไม่หรูหรา แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่า การ
ผลิตที่พอเพียงทำได้
อย่างข้าวที่ปลูก เคยสนับสนุนให้ปลูกข้าวให้
พอเพียงกับตัวเอง เก็บเอาไว้ในยุ้งเล็ก ๆ แต่ละครอบครัว
เก็บและถ้ามีพอก็ขาย แต่คนอื่นกลับบอกว่าไม่สมควร
โดยเฉพาะทางภาคอีสาน เขาบอกต้องปลูกข้าวหอม
มะลิเพื่อที่จะขาย อันนี้ถูกต้องข้าวหอมมะลิขายได้ดี
แต่เมื่อขายแล้วของตัวเองจะบริโภคเองต้องซื้อ จะซื้อ
จากใคร ทุกคนปลูกข้าวหอมมะลิ ในภาคอีสานส่วน
มากเขาชอบบริโภคข้าวเหนียว ชึ่งใครจะเป็นคนปลูก
ข้าวเหนียว เพราะว่าประกาศโฆษณาว่าคนที่ปลูกข้าว
เหนียว เป็นคนโง่ อันนี้ที่เป็นสิ่งสำคัญ
เลยสนับสนุนบอกว่า ให้เขาปลูกข้าวบริโภค
เขาชอบข้าวเหนียวก็ปลูกข้าวเหนียว เขาชอบข้าว
อะไรก็ตาม ให้เขาปลูกข้าวอย่างนั้น และเก็บไว้เพื่อ
ใช้บริโภคตลอดปี ถ้ายังมีที่ที่จะทำนาปรังหรือมีที่มาก
พอสำหรับปลูกข้าว ก็ปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อที่จะขาย
ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าข้าวที่ปลูกสำหรับบริโภคไม่ต้อง
เที่ยวรอบโลก ถ้าข้าวที่ซื้อมาต้องข้ามจังหวัดหรืออาจ
จะข้ามประเทศมา ค่าขนส่งนั้นก็บวกเข้าไปในราคาข้าว
เขาบอกขายข้าวหอมมะลิได้ราคาแพง ซึ่งเป็น
ความจริงตอนที่ขายผู้บริโภคในต่างประเทศ แต่ต้น
ทางไม่ได้ค่าตอบแทนมากนักและยังต้องไปชื้อข้าว
บริโภค ซึ่งจะแพงกว่า เพราะว่าต้องขนส่งมา
ข้อนี้ได้ทราบดี เพราะว่าเมื่อมีภัยธรรมชาติ จะ
เป็นที่ไหนก็ตาม สมมติว่ามีอยู่ที่เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่
บอกว่าออกไปสงเคราะห์และก็ขอข้าวที่จะไปแจก
เราก็ซื้อข้าาในราคากรุงเทพฯ หมายความว่าข้าวนั้น
มาจากเชียงรายเพราะเชียงรายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มาจาก
เชียงราย ขนส่งมาถึงกรุงเทพฯ ซื้อที่กรุงเทพฯ และส่ง
ไปเชียงราย เสียค่าขนส่งเท่าไร แต่แท้จริงไปชื้อที่
เชียงรายได้ ซื้อที่กรุงเทพฯ แต่ให้เขาจ่ายที่เชียงราย
ข้าวนั้นไม่ต้องเดินทาง แต่ว่าราคาเขาเดินทาง คือ
พ่อค้าเขานำข้าวในนามในเอกสารนำเข้ากรุงเทพฯ
เขาเอาค่าเดินทางของข้าวจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯ
และบวกค่าเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย ลง
ท้ายต้องเสียเงินราคาข้าวแพง ผู้ที่บริโภคข้าวในภาค
เหนือก็ต้องเสียแพงเช่นเดียวกับภาคใต้ ถ้าใกล้หน่อย
อย่างนราธิวาสก็ซื้อข้าวจากพัทลุง
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจแบบค้าขาย
ภาษาฝรั่งเขาเรยก Trade Economy ไม่ใช่แบบ
พอเพียง ซึ่งฝรั่งเรียก self-sufficienf Economy
ถ้าเราทำแบบที่ไหนทำได้ คือเศรษฐกิจแบบพอเพียง
กับตัวเอง เราก็อยู่ได้ไม่ต้องเดือดร้อน
อย่างทุกวันนี้เราเดือดร้อน สำหรับข้าวก็เห็นชัด
สำหรับสิ่งอื่นประชาชนก็ต้องใช้ มีสิ่งของจำเป็นที่จะ
ใช้หลายอยางที่เราทำในเมืองไทยและสามารถทจะเป็น
สินค้าส่งนอก ใช้เองด้วย แต่สำหรับส่งนอกนั้นมีพิธี
การมากมาย มีทางที่จะผ่านมากมาย ลงท้ายกำไรไม่
เหลือ กำไรมันน้อย แต่ถ้าสามารถที่จะติดต่อโดยตรง
อย่างกลองนี้เขาติดต่อโดยตรง เขาส่งไปเป็นหีบ ๆ ที่
ลงเรือ ที่เรียกว่า container ก็ส่งไปเต็ม container
ลงท้ายค่าขนส่งไม่แพงนัก

โรงสีแห่งความสุขร่วมกัน
พูดกลับไปกลับมาในเรื่องการค้า การบริโภค
การผลิต และการขาย รู้ว่าท่านทั้งหลายกำลังกลุ้มใจ
ในวิกฤตการณ์ ตั้งแต่คนที่มีเงินน้อยจนกระทั่งคนที่
มีเงินมาก แต่ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนให้กลับเป็น
เศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้จะไม่
ถึงครี่ง อาจจะเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็จะสามารถที่จะอยู่
ได้ การแก้ไขจะต้องใซ้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ โดยมาก
คนก็ใจร้อนเพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยว
นี้ก็จะสามารถทีจักแก้ไขได้ ที่จริงในที่นี้ก็มีนัก
เศรษฐกิจต่าง ๆ ก็ควรจะเข้าใจที่พูด
อย่างรถที่นั่งมาเมื่อสักครู่ สร้างด้วยฝีมือคนไทย
มีการใช้วัตถุดิบในเมืองไทยจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะค่าแรง
รถคันนี้โรงงานนั้นเดี๋ยวนี้ผลิตไม่ได้เพราะว่าคนซื้อไม่
มีเงิน ทำให้ไม่มีการหมุนเวียนของเงิน ก็เลยสร้างรถคัน
นี้มา คนที่สร้างรถคันนี้มีจำนวน 200 กว่าคนเขาทำรถ
คันเดียว เลยทำให้เห็นว่าน่าจะหาทางช่วยเหลือคนที่
อยู่ในโรงงานนี้ แต่โรงงานเขาก็ดี เขาก็ดูแลคนงาน ไม่
ได้ทำให้คนงานเดือดร้อนจนเกินไป เท่ากับมีสวัสดิการ
งานก็ทำไม่มากเท่าก่อนนี้ และเงินที่ได้ก็ไม่มากเท่า
ก่อนนี้ แต่ก็พออยู่ได้
และเขามีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ในพื้นที่
ที่เขายังมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ เขาบอกว่าเขาขอไปดู
โครงการที่เขาหินซ้อนว่าทำอย่างไร สำหรับเพาะปลูก
ในที่ทุรกันดาร ในที่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมในการเพาะปลูก
เลยตั้งใจสนับสนุนเขา ให้เขาตั้งโรงสีเหมือนโรงสีใน
สวนจิตรฯ นี้ ซึ่งก็ไม่แพงนัก เมื่อตั้งโรงสีแล้วก็ปลูก
ข้าวเองบ้าง ไปซื้อข้าวจากเกษตรกรมาสีและขายใน
ราคาที่เหมาะสมในรูปสหกรณ์ดังที่ทำที่สวนจิตรฯ ไม่
ได้ใช้ข้าวที่ปลูกที่ในสวนจิตรฯ เพราะว่าข้าวที่ปลูกใน
สวนจิตรฯ เอาไปเข้าพิฉีแรกนาขวัญ แต่ถ้าพูดถึงข้าว
ที่โรงสีนี้ใช้ ไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรงโดยให้ราคาที่
เหมาะสม เกษตรกรก็มีความสุขเพราะขายข้าวใน
ราคาที่เหมาะสม และผู้บริโภคก็ซื้อในราคาถูก
เพราะไม่ต้องมีการขนส่งมากเกินไป ไม่ต้องมีคน
กลางมากเกินไป ตกลงผู้ผลิตผู้บริโภคก็มีความสุข
กิจการแบบนี้ก็เคยแนะนำไป ซื่งในหน่วยทหาร
บางหน่วยเขาก็ทำโรงสีและสนับสนุนเกษตรกรที่อยู่รอบ ๆ
กองทหารนั้น ก็ดูมีความสุข ที่นิคมต่าง ๆ นิคมที่
ประจวบฯ บ้าง ที่ภาคใต้บ้าง ที่อื่นเขามีโรงสีและทำ
ให้การซื้อข้าวขายข้าวเป็นที่พอใจของผ้ขาย
เคยได้แนะนำกับบริษัทใหญ่ ๆ ให้ทำ ก็ไม่
ทราบว่าเขาทำหรือไม่ทำ แต่ว่าถ้าทำอย่างที่กองทหาร
และนิคมทำ ก็สามารถที่จะประหยัดและมีกิน
การตั้งโรงสีย่อมต้องมีการลงทุน การเพาะปลูก
ผลิตข้าวหรีอผลิตสิ่งของทางเกษตรก็ต้องมีการลงทุน
จะเอาเงินทุนมาจากไหน ก็นึกว่าผู้ที่มีจิตใจกุศลก็
สามารถที่จะสนับสนุน อย่างมีพ่อค้าบางคนเขาบริจาค
เงินเพื่อสนับสนุนกิจการที่ทำอยู่

ทฤษฎีใหม่ต้องมีผู้สนับสนุน
นายกฯ พูดถึงเรื่องทฤษฎีใหม่ ก็ต้องมีผู้ที่
สนับสนุน เพราะชาวบ้านโดยเณพาะเกษตรกรเขาอาจ
ไม่มีทุนพอสำหรับเริ่มโครงการ แต่ถ้าสนับสนนแล้ว
เอกชนสนับสนุนด้วย ทางราชการก็สนับสนุนด้วย เป็น
เงินที่สนับสนุนและเป็นเงินที่ทำงาน เงินทำงาน
หมายความว่ามีผลขึ้นมา มีผลขึ้นมาต่อเกษตรกรและ
มี ผล ต่อประเทศชาติในส่วนรวม เศรษฐกิจของ
ประเทศชาติก็ไม่ฝืดเคือง และอย่างนี้ก็ทำได้เร็วพอใช้

ทดลองและปรับปรุง
อย่างเมื่อไม่กี่เดือนมีคนเอาที่มาให้ อยู่ที่อำเภอ
ปักธงชัย ตอนแรกเขาจะให้ ? ไร่ เสร็จแล้วเวลามา
พบเขาเกิดพอใจ เขาบอกว่าเขามีที่ 30 ไร่ เขาขอที่ 9
ไร่เอาไว้สำหรับแจกให้ลูก ๆ 3 คน คนละ 3 ไร่ ส่วนที่
21 ไร่นั้น เขาให้ทำโครงการอะไรก็ได้ ตอนแรกเขานึก
จะตั้งวัด เพื่อนของเขาคัดค้านว่ามีวัดอยู่แล้ว เขาเลย
บอกว่าจะตั้งที่พักสำหรับโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากที่
นั้นประมาณกิโลเมตร ในที่สุดเขาเอามาให้ บอกว่าทำ
อะไรกีได้ นึกว่าถ้าทำที่พักหรือโรงพยาบาลก็อาจไม่มี
ประโยชน์ในทันที จึงจะทำโครงการสาธิตทฤษฎีใหม่
ในที่ที่เหลือส่วนหนื่งจะทำการเพาะปลูกแบบชาวบ้าน
แบบไม่ได้ส่งเสริม หมายความว่าใช้น ้าฝนใช้ธรรมชาติ
แต่อีกส่วนหนึ่งจะทำแบบทฤษฎีใหม่ ที่ขุดสระและ
แบ่งเป็นส่วนที่จะปล กข้าว ปลูกต้นไม้ยืนต้น ปลูกพืชไร่
พืชสวน
เริ่มมาไม่กี่เดือนนี้ได้รับรายงานเมื่อวานนี้ว่า ได้
ดำเนินการแบ่งส่วนที่จะทำอะไรๆ และมีสระนั้นขุดแล้ว
มีความบกพร่องอยู่บ้างว่าน้ำมีความเป็นด่างเกินไป
เลี้ยงปลายังไม่ได้ ก็มีการแก้ไขเพื่อให้น้ำนั้นเป็นกลาง
เพื่อที่จะใช้น้ำนั้นมาสำหรับเลี้ยงปลาได้ วิฐีแก้น้ำเป็น
ด่างก็เอาปุ๋ยคอกแช่ลงไปในน้ำทำให้น้ำนั้นเป็นกลางได้
ส่วนอีกแห่งที่มีคนเขาให้เหมือนกัน ได้ทำการ
ทดสอบทดลองในปีนี้ว่า ขดแล้วดินจะเปรี้ยว น้ำจะเปรี้ยว
ไหม นักวิชาการบอกยิ่งขุดยิ่งเปรี้ยว ที่จริงก็ทราบแล้ว
ว่าเป็นเช่นนั้น แต่จะต้องพิสูจน์ให้ดูว่าถ้าขุดแล้วเปรี้ยว
เอาจริงก็เปรี้ยวจริง ๆ คนไปชิมน้ำบอกน้ำเปรี้ยว เปรี้ยว
เหมือนน้ำส้มสายชู เปรี้ยวมากทำให้ใช้สำหรับการ
เพาะปลูกสำหรับเลี้ยงปลาไม่ได้ แต่ก็เป็นการทดลอง
บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าถ้าหากว่าน้ำนั้นยังเปรี้ยวแล้วจะ
ให้หายเปรี้ยว เขาก็บอกมีวิธีเอาปูนใส่ ใส่หินฝุ่นเข้าไป
จะดี เลยบอกให้เขาทราบว่าอันนี้เป็นการทดลอง ยังไม่
ต้องการใช้น้ำนั้น แต่ว่ายังมีที่ข้าง ๆ ที่ได้ซื้อเพิ่มเติม
สำหรับทำการทดลองนี้ จะทดลองอีกแบบหนึ่ง แบบที่
จะไม่ขุดลึกอย่างนั้น เพราะถ้าขุดลึกก็ไปเจอเปรี้ยว
ขุดตื้นๆ แล้วเอาน้ำจากคลองที่อยู่ใกล้ ๆ นั้นมาใส่ แล้ว
ทดลองทำการเพาะปลูก ถ้ามีที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะ
ทำดังนี้ได้และทำได้เร็ว เพียงไม่กี่เดือนก็ได้ผลขึ้นมาได้

ทำ “นา-ยก” ให้เป็น “นาสมบูรณ์”
ดินที่เปรี้ยวก็คือที่ อำเภอบ้านนา จังหวัด
นครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ชื่อนครนายก ไม่ใช่นายก
ร ัฐมนตรี เป็นนา-ยก คือ ว่านาเขายกภาษี เพราะว่าทุก
ปีผลผลิตจะไม่ได้ตั้งแต่สมัยเก่า แต่ถ้าหากว่าทำให้ดิน
หายเปรี้ยวหรือหาวิธีที่จะทำการกสิกรรมในที่เปรี้ยว
นี้อย่างดีอย่างได้ผล ก็จะเป็นจังหวัด อาจจะเปลี่ยน
ชื่อจังหวัด เป็นนาสมบูรณ์
ที่นครนายกมีที่เป็นแสนไร่ ก็นา-ยกทั้งนั้น ถ้า
สามารถที่จะทำการทดลองและเป็นตัวอย่าง เข้าใจว่า
จะทำให้คนมีรายได้มากขึ้น เพราะว่าทางภาคใต้ได้ทำ
ที่จังหวัดนราธิวาส เป็นที่พรุ ได้ชื่อว่าเปรี้ยวแท้ ๆ ได้ทำ
โครงการ สามารถที่จะปลูกข้าวและทำกสิกรรมในที่พรุ
แท้ ๆ โดยใช้วิธีขุดสระและกรุด้วยหินปูน และใส่หินฝุ่น
เข้าไปเพื่อให้น้ำไม่เปรี้ยว แล้วส่งไปตามคลองตามท่อ
ก็ได้ผล จนกระทั่งเห็นว่าชาวบ้านที่ตรงนั้น หมู่บ้าน
แถวนั้นเคยจนไม่มีกิน บัดนี้เริ่มหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
เพราะทำกสิกรรมได้ผล

แก้ไขดินแร้นแค้น ช่วยไทยพ้นวิกฤต
ในเมืองไทยนี้มีที่ดินกว้างขวางพอสมควร แม้
จะมีอัตราการเพิ่มของพลเมืองขึ้นมามากแต่ก็ยังมีที่ดิน
แต่ที่ดินส่วนมากเป็นที่ดินแร้นแค้น ที่ไม่ดี บางแห่งก็
เปรี้ยว บางแห่งก็เป็นด่าง บางแห่งก็เค็ม หรือบางแห่ง
ก็ไม่มีดินเลย อย่างเช่นที่ชะอำ เดินๆไปสงสัยว่าทำไม
ตรงนี้ดินมันแข็ง มันเป็นดาน ดานไม่มีดินเลย เดี๋ยวนี้
กำลังหา วิธีซึ่งใช้ได้ผลไปส่วนหนึ่งแล้ว โดยใช้หญ้าแฝก
หญ้าแฝกนั้นจะระเบิดหิน นึกว่าการค้นคว้าเหล่านี้
อาจจะไม่ ทันในสถานการณ์ปัจจุบันทันที แต่ก็มีหวัง
ภายในปีสองปีนี้ก็สามารถทำให้คนมีที่ทำกินมากขึ้น
และใช้วิทยาการสมัยใหม่สามารถที]จะให้ผลผลิตดีขึ้น
เรื่องนีจะต้องมีการลงทุนสำหรับการวิจัย
จะต้องมีการลงทุนช่วยสำหรับผู้ที่จะเป็นเกษตรกร
ดังนั้นเงินที่ยังเหลืออยู่เอาไปสนับสนุนในทางนี้ ส่วน
หนึ่งจะเป็นผลที่ดี จะเป็นผลช่วยประเทศไทยให้รอด
พ้นวิกฤตการณ์ ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยนี้จะสามารถ
พ้นวิกฤตการณ์ได้ดีกว่าหลายประเทศเพราะว่าที่ดิน
ภูมิประเทศยังให้ หมายความว่ายังเหมาะสมกับความ
เป็นอยู่ได้ แต่ว่าความเป็นอยู่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้อง
ประหยัดและต้องไปในทางที่ถูกต้อง

ต้องถอยหลังเพื่อก้าวหน้า
วันนี้ได้พูดไปแล้วนั้น เป็นวิธีแก้ไขสถานการณ์
วิกฤตในปัจจุบันวิธีหนึ่ง เพราะในสมัยนี้เป็นสมัยที่พูด
กันได้ว่าโลกาภิวัตน์ ซึ่งเราก็จะต้องทำตามประเทศอื่น
ด้วย เพราะว่าถ้าไม่ทำตามประเทศอื่นตามคำสัญญา
ที่มีไว้ เขาอาจจะไม่พอใจ
แต่ว่าทำไมเขาไม่พอใจ เพราะว่าของเขาเองก็
มีวิกฤตการณ์เหมือนกัน การที่ประเทศใกล้เมืองไทย
ในภูมิภาคนี้มีวิกฤตการณ์ด้วย ก็ทำให้เราฟื้นจาก
วิกฤตการณ์นี้ยากขึ้น และไม่ใช่เณพาะประเทศที่อยู่ใน
ภูมิภาคนี้ แม้ประเทศที่ดูท่าทางเจริญรุ่งเรืองดี ก็ยัง
รู้สึกว่าก็กำลังจะเดือดร้อนขึ้นเพราะว่าถ้าไม่แก้ไข
วิกฤตการณ์ในมุมไหนของโลก ส่วนอื่นของโลกก็จะต้อง
เดือดร้อนเหมือนกัน
ฉะนั้น ต้องดูว่าเราพยายามที่จะอุ้มซู
ประชาซนได้ และให้ประชาชนได้ทำงานได้ มีราย
ได้ ก็จะสามารถผ่านวิกฤต ถ้าจะทำแบบที่เคยมี
นโยบาย คือผลิตสิ่งของทางอุตสาหกรรมมากเกินไป
ในเมืองไทยตลาดก็น้อยลง เพราะว่าคนมีเงินน้อยลง
เเต่ข้อสำคัญเขาบอกว่าให้ส่งออกไปยังประเทศอื่น
ประเทศอื่นเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน เขาก็ไม่ซี้อ ถ้า
ผลิตเป็นผลิตผลทางอุตสาหกรรมและไม่มีผู้ซื้อ ก็เป็น
หมันเหมือนกัน
ผลิตผลของเราอาจจะดีกว่าหลายประเทศใน
ภูมิภาคนี้ คือมีอุตสาหกรรมที่เรียกว่าสุดยอด แต่ที่เกิด
มีวิกฤตการณ์ขึ้นมาก็เพราะว่าขยายการผลิตมากแล้วไม่มี
ใครซื้อ เพราะไม่มีใครมีเงินพอที่จะซื้อ อย่างรถยนต์ที่
ใช้มาเมื่อครู่นี้ เขายังมีรถยนต์อยู่ในสต๊อกแต่ขายไม่ออก
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนอยากได้รถ แต่คนอยากได้รถนั้นไม่มีเงิน
ถ้าจะขายรถโดยที่เขาไม่จ่ายเงินให้ ใช้เงินเชื่อ บริษัท
ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ฉะนั้นเขาชะลอการสร้าง เขา
ก็เลยมาทำรถคันนี้ให้โดยใช้คนงานตั้ง 200 กว่าคน
นี่ก็เป็นเรี่องของการแก้ไขวิกฤตการณ์ แต่ว่าผู้
ที่ชอบเศรษฐกิจแบบสมัยใหม่อาจจะไม่ค่อยพอใจ
มันต้องถอยหลังเข้าคลอง มันจะต้องอยู่อย่างระมัด
ระวัง และต้องกลับไปทำกิจการที่อาจจะไม่ค่อยซับ
ซ้อนนัก คือใช้เครื่องมือที่ไม่หูรหรา อย่างไรก็ตาม
มีความจำเป็นที่จะต้องถอยหลังเพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป
และถ้าไม่ทำอย่างที่ว่าก็จะแก้วิกฤตการณ์นี้ยาก
ยังไม่ได้พูดถึงคำที่ทุกครั้งเคยพูด ว่าต้อง
สามัคคีกัน ต้องอย่าปัดขากันมากเกินไป แต่ว่าไม่ได้
หมายความว่าจะต้องมีการทำแบบที่บางคนนึกจะทำ
คือจะต้องให้ทุกคนมีโอกาสทำงานตามหน้าที่ และเมื่อ
ทำงานตามหน้าที่แล้วก็หวังดีต่อผู้อื่น อันนี้จะเป็นหลัก
ที่สำคัญ คือทำงานด้วยการเห็นอกเห็นใจกันและทำ
ด้วยความขยันหมั่นเพียร

ใช้สติปัญญาทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม
ที่พูดทั้งหมดนี้ค่อนข้างจะพูดซ้ำไปซ้ำมา แต่ไม่

ทราบว่าจะพูดเรื่องอื่นอย่างไร เมื่อ 5 ปี ได้เล่าเรี่องนก
ในสวนจิตรฯนี้ ขอแจ้งว่าเมื่อ 5 ปีมีนกกระทุง 1 ตัว
และซื้อมาอีก 3 ตัว เป็น 4 แต่ว่านกพวกนี้ก็มีลูกมีเต้า
และก็ไปเชิญชวนเพื่อนฝูงมา มีวันหนึ่งนับได้ 15 ตัว
หมายความว่าเขาก็มีความสุข แต่วันนี้เดี๋ยวนี้ในสระนี้
เหลือลอยอยู่ตัวเดียว เพราะว่าตัวอี่นคงไปเยี่ยมญาติ
หรือสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่ ต้องดูแลครอบครัว
แต่ตัวที่อยู่นี้เราให้ชื่อว่าคุณสมิทธ และในที่ประชุมนี้มี
คุณสมิทฉอีก 2 คน คนอื่นอาจจะไม่ทราบว่าคุณสมิทธ
คือใคร แต่คุณสมิทธเองรู้ว่าเป็นใคร
คุณสมิทธในสระที่เรียกว่าคุณสมิทธ เพราะว่า
ถ้าเขาลอยในสระในทางทิศหนึ่งแปลว่าลมเปลี่ยนทิศ
เมื่อลมเปลี่ยนทิศแล้วจะรู้ว่าอากาศจะมีฝน อากาศจะ
มีลม อากาศจะแห้ง อาจจะเคยฉงนว่าทำไมพยากรณ์
อากาศได้อย่างแม่นยำ เพราะว่ามีคุณสมิทธ คุณสมิทธ
ตัวจริงที่กรมอุตุฯ ก็พยากรณ์เช่นกัน และคุณสมิทธ
นกกระทุงนี้ก็พยากรณ์ ก็มาประกอบกันจนกระทั่งทราบ
ว่าอากาศทางอุตุนิยมจะเป็นอย่างไร และคุณสมิทธเอง
เคยฉงนว่าทำไมพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ตอนนั้นไม่ได้
บอกคุณสมิทธว่าคุณสมิทธนกกระทุงช่วยพยากรณ์
เพราะไม่กล้า แต่เดี๋ยวนี้คุณสมิทฉพ้นหน้าที่อธิบดี
กรมอุตุนิยมฯแล้ว ก็เลยพูดได้ว่าเหลือคุณสมิทธใน
สระเท่านั้น ที่เป็นคุณสมิทธที่จะพยากรณ์อากาศ และ
นอกจากนั้นได้รับความช่วยเหลือจากนางมณีเมขลา
ด้วย อันนี้เป็นที่ฉงนของคุณสมิทธตัวจริง
วันนี้ลมหนาวมาแล้ว เมี่อวานนี้การสวนสนาม
ของทหารจึงไม่ร้อน และได้มีการสวนสนามอย่างสง่า
ผ่าเผย รู้สึกว่าทำให้ประชาชนมีขวัญดีด้วย ว่าเรามี
ทหารทุกเหล่าทัพที่เข้มแข็ง และผู้บัญชาการสูงสุดได้
บอกว่ากองทัพจะช่วยต่อไป ที่จริงก็ได้อาศัยเหล่าทัพ
ต่าง ๆเหล่านี้สำหรับการพัฒนา เช่นที่บอกว่าการ
ขุดสระได้เร็วก็คือฝีมือของทหารช่าง โครงการป้องกัน
น้ำท่วมก็ใช้กำลังทหารช่างและหน่วยทหารอื่น ๆ
ฉะนั้นเชื่อว่าถ้าช่วยกันทำตามหน้าที่ที่แต่ละคนทำ ก็
สามารถทำให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุขได้
วันนี้ได้พูดเรื่องราวที่อาจจะน่าคิดและท่านเอง
เป็นผู้ที่มีความรู้ ก็ต้องใช้ความรู้ความฉลาดที่จะแก้ไข
ปัญหาต่างๆที่มีอยู่ ในการนี้ ขอให้ทุกท่านซึ่งมีหน้าที่
แต่ละท่านพยายามใช้สติปัญญาและกำลังให้เป็น
ประโยซน์ต่อส่วนรวม ทั้งนี้ประเทศชาติจะก้าวหน้า
และมีความปลอดภัยต่อไป ขอให้ทุก ๆ ท่านได้รับพร
มีความเจริญรุ่งเรือง ร่างกายแข็งแรง จิตใจปัญญาเข้ม
แข็งเฉียบแหลม เพื่อที่จะได้มีความสำเร็จทุกประการ
ในงานการที่ท่านกำลังทำ

ทฤษฎีใหม่

ทฤษฎีใหม่
ขั้นที่หนึ่ง
(๑) ถ้าพูดอย่างสรุปที่สุด เป็นวิธีปฏิบัดิของ
เกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนน้อย แปลงเล็ก
(ประมาณ ๑๕ ไร่)
(๒) หลักสำคัญ! ให้เกษตรกรมีความพอเพียง
โดยเลี้ยงตัวเองได้ (self sufficiency) ในระดับชีวิต
ที่ประหยัดก่อน ทั้งนี้ต้องมีความสามัคคีในท้องถิ่น
(๓) มีภารผลิตข้าวบริโภคพอเพียงประจำปี โดย
ถือว่าครอบครัวหนึ่ง ทำนา ๕ไร่ จะมีข้าวพอกินตลอดปี
ข้อนี้เป็นหลักสำคัญของทฤษฏีนี้
(๔) เพื่อการนี้ จะต้องใช้หลัnว่า ต้องมีน้ำ ๑.๐oo
ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ฉะนั้น ๕ ไร่ต้องมี ๕๐๐๐ ลูกบาศก์
เมตร แต่ละแปลง (๑๕ ไร่) ทำนา ๕ ไร่ ทำพืชไร่หรือ
ไม้ผล ฯลฯ ๕ ไร่ (= ๑๐ ไร่) จะต้องมี น้ำ ๑๐,๐oo
ลูกบาศก์เมตรต่อปี
จึงไค้ตั้งสูตรคร่าว ๆ ว่า แต่ละแปลงประกอบด้วย
นา ๕ ไร่ และพืชไร่และสวน ๕ ไร่
สระน้ำ ๓ ไร่ ลึก ๕ เมตร จุประมาณ
๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร (๑๙,๒๐๐)
ที่ยู่อาศัย และอื่น ๆ ๒ ไร่
รวมทั้งหมด ๑๕ ไร่
(๕) อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ อ่างเก็บน้ำ หรือสระ
ที่ได้รับน้ำให้เต็มเพียงปีละหนึ่งครั้ง จะมีการระเหยวันละ
๑ เซนติเมตรโดยเฉลี่ย ในวันที่ฝนไม่ตก หมายความว่า
ในปีหนึ่งถ้านับว่าแห้ง ๓๐๐ วัน ระดับน้ำของสระจะ
ลดลง ๓ เมตร (ในกรณีนี้ ๓/๔ ของ ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์
เมตร น้ำที่ใช้ได้จะเหลือ ๔.๓๕๐ ลูกบาศก์เมตร) จึง
จะต้องมีการเติมน้ำเพื่อให้เพียงพอ
(๖) มี ความจำ เป็นที่จ ะมี แหล่งน้ำ เพิ่ม เติม
สำหรับโครงการวัดมงคลชัยพัฒนาได้สร้างอ่างเก็บน้ำ
จุ ๘๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร สำหรับเลี้ยง ๓, ๐๐๐ ไร่
(๗) ลำพังอ่างเก็บน้ำจุ ๘๐๐, ๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร
จะเลี้ยงได้ ๓๐๐ ไร่ (โครงการวัดมงคลมีพี้นที่ ๓,๐๐๐ ไร่
แบ่งเป็น ๒๐๐ แปลง)
อ่างนี้จึงเลี้ยงได้ ๔ ไร่ต่อแปลง ลำพังสระในแปลง
เลี้ยงได้ ๔๓๕ ไร่
จึงเห็นได้ว่า หมิ่นเหม่มาก (๔.๕ ไร่ + ๔.oo ไร่
= ๘.๕ ไร่)
ถ้าคำนึงว่า ๘.๕ ไร่นั้น จะทำเกษตรกรรมอย่าง
สมบูรณ์ได้
อีก ๖.๒๕ ไร่ จะต้องอาศัยเทวดาเลี้ยง
แต่ถ้าคำนึงว่า ในระยะที่ไม่มีความจำเป็นที่จะ
ใช้น้ำ หรือมีฝนตก น้ำฝนที่ตกมาจะเก็บไว้ได้ในอ่าง
และในสระ สำรองไว้สำหรับเมื่อต้องการ
อ่างและสระจะทำหน้าที่เฉลี่ยน้ำฝน (regulator)
จึงเข้าใจว่าในระบบนี้น้ำจะพอ
(๓) ปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่ง คือราคาการลงทุน
ค่อนข้างสูง เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจาก
ภายนอก (ทางราชการ ทางมูลนิธิ และ ทางเอกชน)
แต่ค่าดำเนินการไม่สิ้นเปลืองสำหรับเกษตรกร

ทฤษฎีใหม่
มูลนิธิชัยพัฒนา
วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๗

ทฤษฎีใหม่
ขั้นที่สอง
เมื่อตั้ง ศูนย์บริการที่วัดมงคลชัยพัฒนาและ
แปลงตัวอย่างที่ “ทางดิสโก้” สำเร็จแล้ว เกษตรกรก็เริ่ม
เข้าใจวิธีการ จึงขอให้ดำเนินการในที่ดินของตน เมื่อ
ได้ผลก็ต้องเริ่มขั้นที่สอง คือ ให้เกษตรกรรวมพลังกัน
ในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ร่วมแรงใน
(๑) การผลิต (พันธุ์พืช เตรียมดิน ชลประทาน
ฯลฯ)
(๒) การตลาด (ลานตากข้าว ยุ้ง เครี่องสีข้าว
การจำหน่ายผลผลิต)
(๓) การเป็นอยู่ (กะปิน้ำปลา อาหาร เครื่อง
นุ่งห่ม ฯลฯ)
(๔) สวัสดิการ (สาฉารณสุข เงินกู้)
(๕) การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกท)
(๖) สังคมและศาสนา
ด้วยความร่วมมีอของหน่วยราชการ มูลนิธิ และเอกชน
ทฤษฎีใหม่
มูลนิธิชัยพัฒนา
วันที่ ๑๒ กุมภาพันฉ์ ๒๕๓๘

ทฤษฎีใหม่
ขั้นที่สาม
ติดต่อร่วมมือกับแหล่งเงิน (ธนาคาร) และ
กับแหล่งพลังงาน (บริษัทน้ำมัน) ตั้งและบริหารโรงสี
(๒) ตั้งและบริหารร้านสหกรณ์ (๑,๓) ช่วยการลงทุน
(๑,๒) ช่วยพัฒนาคุณภาพชัวต (๔, ๕, ๖)
ทั้งนี้ ทั้งฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายฉนาคารกับบริษัท
จะได้รับประโยชน์
เกษตรกรขายข้าวในราคาสูง (ไม่ถกกดราคา)
ธนาคารกับบริษัทซื้อข้าวบริโภคในราคาต่ำ
(ซื้อข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสีเอง)
เกษตรกรซื้อเครื่องอปโภคบริโภคในราคาต่ำ
(เป็นร้านสหกรณ์ ราคาขายส่ง) (๑,๓)
ธนาคารกับบริษัท จะสามารถกระจาย
บุคลากร

ทฤษฎีใหม่
มูลนิธิชัยพัฒนา
วันที่ ๑๓ กมภาพันธ์ ๒๕๓๘

SHARE NOW
Exit mobile version