ล้างพิษด้วยถั่วเขียว

ล้างพิษด้วยถั่วเขียว


ล้างพิษด้วยถั่วเขียว
ล้างพิษด้วยถั่วเขียว ถั่วเขียว สรรพคุณ ดับร้อน ถอนพิษไข้
ขับปัสสาวะ แก้อาการอาหารเป็นพิษ หรือตัดพิษจากสมุนไพร ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง มีประโชน์ต่อตับ (ธาตไม้) แก้ร้อนใน ถอนพิษจากพืชและสารหนู บำรุงสายตา ลดความดันโลหิต รักษาอาการกระหายน้ำ ลำไส้อักเสบ เบาหวาน ช่วยกระตุ้นประสาท โดยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และแคโรทีนเป็นส่วนประกอบ

กรณีใช้ถอนพิษจากพืช และสารหนู ให้นำถั่วเขียวล้างให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำประมาณ ๕-๑๐ นาที แล้วเทเอาน้ำถั่วเขียวให้ผู้ที่ได้รับพิษดื่มเข้าไปมากๆ จนอาเจียนออกมายิ่งดี จะช่วยขับพิษที่เข้าไปในร่างกายได้ดีมาก
ส่วนสารพิษจากยาฆ่าแมลง สารพิษจากโรงงาน สารพิษกลุ่มนี้มันแพ้ถั่วเขียว การกินถั่วเขียวสามารถล้างสารพิษของยาฆ่าแมลงได้ แล้วก็ค้นพบอีกว่า ถั่วเขียวต้มธรรมดามันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ วิธีที่จะทำให้ถั่วเขียวแรงกว่าเดิมและขจัดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้คือ เอาไปต้มกับข้าวหรือ เอาไปหุงพร้อมกันกับข้าวแค่นี้ง่ายมาก
ใช้ถั่วเขียว 1 ส่วน ข้าว 1 ส่วน ต้มด้วยกันให้เป็นข้าวต้ม หรือไปหุงกับข้าวโดยเอาถั่วเขียวไปแช่น้ำก่อน ๑ คืนแล้วน้ำไปหุงพร้อมกับข้าวสาร ข้าวต้มถั่วเขียวและข้าวสวยใส่ถั่วเขียว กินล้างสารพิษของยาฆ่าแมลงได้
ข้าวต้มถั่วเขียวใช้ ข้าวเจ้า 1 ส่วน + ถั่วเขียว 1 ส่วน ต้มด้วยกัน กลายเป็นข้าวต้มอร่อย แทบไม่ต้องกินกับข้าวเลยนะสูตรนี้ ส่วนจะกินกับข้าวอะไรก็ได้ ก็ทำเป็นข้าวต้มธรรมดา ใครจะกินเป็นประจำก็จะล้าง สารพิษจากยาฆ่าแมลง และสารพิษจากโรงงาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ประโยชน์ของถั่วเขียว
1.โพแทสเซียมช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรง
2.ถั่วเขียวมีสารต้านเอนไซม์โปรตีเอสในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง
3.ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด
4.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ช่วยผลิตโปรตีน และกาดหดตัวข้องกล้ามเนื้อ
5.ช่วยลดความดันโลหิต
6.ช่วยทำให้เจริญอาหาร
7.ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักได้ เพราะถั่วเขียวมีส่วนประกอบของไขมันที่ต่ำมาก ไม่มีคอเลสเตอรอล และยังอุดมไปด้วยโปรตีนกับเส้นใยอาหาร
8.ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
9.ถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของหัวใจและม้าม
10.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงในร่างกาย
11.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเบาหวานได้
12.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
13.ช่วยขับร้อน แก้อาการร้อนใน และช่วยแก้พิษในฤดูร้อน
14.ถั่วเขียวมีประโยชน์ต่อลำคอและผิวหนัง และยังช่วยแก้อาการกระหายน้ำได้อีกด้วย
15.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มกับเกลือ ใช้อมเพื่อรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้
16.ช่วยถอนพิษในร่างกาย
17.ช่วยกระตุ้นประสาท ถั่วเขียวเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวมากขึ้น และยังอุดมไปด้วยฟอสฟอสรัส ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทและสมอง[4]
18.ช่วยบำรุงสายตา ทำให้ตาสว่าง และรักษาตาอักเสบ (เปลือกสีเขียว)[9] ช่วยแก้อาการตาพร่า ตาอักเสบ ด้วยการรับประทานถั่วเขียวต้มครั้งละ 15-20 กรัมเป็นประจำ
19.ช่วยรักษาคางทูมที่เป็นใหม่ๆ ด้วยการต้มถั่วเขียว 70 กรัมจนใกล้สุก แล้วใส่แกนกะหล่ำปลีลงไป / หัวต้มอีก 15 นาที กินเฉพาะน้ำวันละ 2 ครั้ง
20.ช่วยแก้อาการอาเจียนจากการดื่มเหล้า ด้วยการดื่มน้ำถั่วเขียวพอประมาณ
21.ช่วยขับของเหลวในร่างกาย
22.ในถั่วเขียวอุดมไปด้วยเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได้ดี จึงช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
23.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกได้
24.ถั่วเขียวมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และยังส่งผลดีต่อระบบลำไส้โดยรวมอีกด้วย
25.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มแล้วกินใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
26.ช่วยแก้ลำไส้อักเสบ
27.ช่วยบำรุงตับ
28.ช่วยแก้อาการไตอักเสบ
29.ช่วยแก้ผดผื่นคัน
30.ช่วยลดบวม
31.ช่วยรักษาโรคข้อต่างๆ แก้ขัดข้อ
32.ช่วยรักษาฝี ด้วยการใช้ถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาใช้ตำแล้วพอกเป็นยารักษาภายนอกช่วยในการบ่มหนองให้ฝีกสุก และยังใช้รักษาอาการอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น แก้ท้องร่วง การคลอดบุตรยาก และโรคท้องมาน[8],[9]
33.นำมาใช้ตำพอกแผล
34.ช่วยแก้พิษจากพืช พิษจากสารหนู และพิษอื่นๆ
35.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี1 ที่ช่วยในการป้องกันโรคเหน็บชาได้เป็นอย่างดี
36.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยโฟเลทสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://goo.gl/Bg1M9Q

SHARE NOW
Exit mobile version