ตำรับยาสมุนไพรหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม (วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)

ตำรับยาสมุนไพรหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม (วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)


เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ
หลวงพ่อมีตำรับยาพิเศษรักษาโรคทางกาย เป็นยาสมุนไพร 20 ตำรับ ท่านจะให้คำแนะนำประชาชนที่มาหาที่วัดและพิมพ์เป็นหนังสือแจกก็มี
1.ชาตะไคร้ : สรรพคุณ แก้ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดแข้ง ปวดขา ป้องกันกระดูกผุนั่งดูหนังสือแล้วตาลาย ลุกขึ้นแล้วหน้ามืด ป้องกันโรคไต เบาหวาน คอเลสเตอรอล
วิธีทำ เอาต้นตะไคร้ล้างให้สะอาด (ตะไคร้ที่ใช้ทำอาหาร) ใช้ส่วนที่เป็นต้น ใบกับรากไม่เอา หั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาคั่วให้เหลืองหอม เก็บไว้ชง หรือต้มกินต่างน้ำเหมือนน้ำชา
2.ยาอายุวัฒนะ : สรรพคุณ แก้มะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งระยะเป็นใหม่ๆ รักษาโรคเอดส์ ต้องเสกด้วยพุทธคุณ 108 แก้ท้องเฟ้อ มดลูกเสีย กินทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง
วิธีทำ เกลือทะเลเม็ด 3 ส่วน บอระเพ็ดสดหั่น 5 ส่วน มะขามเปียกเอาเม็ด และซางออกสับ 7 ส่วน นำมาโขลกผสมกัน กินเช้า-เย็น หรือก่อนนอน ครั้งละก้อนเท่าหัวแม่มือ ถ้าต้องการให้ถ่ายกินตามธาตุหนัก-เบา แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
3.โรคไตวาย : วิธีทำ ให้ไปถากเปลือกงิ้วแดง ถากขึ้น 2 ถากลง 1 มาต้นดื่มต่างน้ำ (ต้มสดๆ เลย) (เวลาถากเปลือก อย่าถากรอบต้น ต้นไม้จะตาย)
4.เสียงแหบแห้ง : วิธีทำ ให้นำกระเทียม พริกไทย โขลกให้ละเอียด ละลายด้วยน้ำผึ้งกิน
5.ตกขาว : วิธีทำ นำสับปะรดทั้งหัวหมกปูนขาว 3 วัน (ถ้ายังไม่สุกหรือฉ่ำให้หมกต่อ) แล้วนำมาปอกกินตามปกติ
6.โรคชัก เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคป่วง : วิธีทำ นำพริกไทยเม็ดโขลกให้ละเอียดใส่แคปซูลไว้ นำพริกขี้หนูป่นใส่แคปซูล กินพร้อมกันอย่างละ 1 แคปซูล (ของยาแผนปัจจุบัน) กินก่อนอาหารเช้า-เย็น 7.โรคกระเพาะ : วิธีทำ ให้เอากล้วยน้ำว้าดิบฝานบางๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วป่นให้เป็นแป้ง เวลากินตักครั้งละ 1 ช้อนคาว ใส่น้ำสุกอุ่นๆ แล้วดื่ม
8.เลือดกำเดาออก : วิธีทำ เอาใบพุทรา (พุดซา) 3 กำมือ ยาข้าวเย็นเหนือหนัก 4 บาท มาต้มดื่มต่างน้ำ
9.มะเร็ง : วิธีทำ นำลูกใต้ใบทั้ง 5 กับต้นไมยราพทั้ง 5 มาต้มกินต่างน้ำ (ทั้ง 5 หมายถึง ราก, ต้น, ใบ, ดอก และผล)
10.โรคตับแข็ง : วิธีทำ กินบอระเพ็ดวันละ 5 แว่น (ยาวประมาณ 2 ซม. หรือ 1 องคุลี) โดยเฉพาะคุณแม่ที่กินยาดองหลังคลอดบุตร และถ้ารักษามะเร็งหรือโรคท้องมาน ต้องลงด้วย “นะโม พุทธายะ”
โรคตับอีกขนาน : วิธีทำ บอระเพ็ดสด 1 ช้อนคาว เคี้ยวๆ แล้วตามด้วยน้ำผึ้งเดือน 5
11.ร้อนใน อาเจียน : วิธีทำ ใบตำลึงต้มกินหาย อีกขนานให้เอายอดกะทกรกและยอดตำลึงต้มกิน หรือคั้นเอาน้ำกิน
12.โรคภูมิแพ้ : วิธีทำ ให้กินบอระเพ็ด
13.โรคหอบ-หืด : วิธีทำ ใบตำลึงต้มกินหายอีกขนาน ให้เอายอดกะทกรกและยอดตำลึงต้มกิน หรือคั้นเอาน้ำกิน
14.โรคหัวใจโต : วิธีทำ กินกระถินแล้วเอาเปลือกกับรากมาต้มน้ำดื่ม
15.นมหลง (ปวดนม หรือนมคัด) : วิธีทำ เอานุ่นมาจุดไฟ แล้วใส่ไหกระเทียมอย่าให้ควันออก เอาปากไหกดครอบเต้านม ไม่นานน้ำนมจะไหลหายปวด
16.กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ : วิธีทำ ข้าวเย็นเหนือ, ข้าวเย็นใต้ หนัก 4 บาท ฟ้าทะลายโจร (สด) 1 กำมือ หญ้าหนวดแมว (สด) 1 กำมือ รากหญ้าคา (สด) 1 กำมือ นำตัวยาทั้ง 4 อย่างมาต้มดื่มแทนน้ำ
17.ไข้ทับระดู (เป็นไข้ระหว่างมีประจำเดือน) : วิธีทำ หญ้าเจ้าชู้ 3 กำมือ ยาข้าวเย็นเหนือ, ข้าวเย็นใต้ หนัก 4 บาท นำตัวยาทั้งหมดมาต้มดื่มต่างน้ำ
18.บิดหัวลูก (เป็นโรคบิดระหว่างตั้งครรภ์ ลูกขี้ มักตายในท้อง หรือไม่ก็คลอดออกมาแล้วตาย) : วิธีทำ 1) นำเปลือกมะพร้าวอ่อน (ปอกผิวสีเขียวออกเอาเฉพาะส่วนที่กาบอ่อน) บิดเอาน้ำ 1 แก้ว 2) น้ำปูนใส (ปูนกินหมาก) 1/2 แก้ว 3) เปาะหอม ทั้งสามสิ่งนำมาโขลก กรองเอาแต่น้ำมากิน
19.โรคลำไส้เน่า เป็นยาเทวดา
ท่านผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดสิงห์บุรี ชื่อมหาเทียบ นองบุญนาค เปรียญธรรม 6 ประโยค (เสียชีวิตไปตั้งแต่ พ.ศ.2500) เป็นคนทำถวาย
วิธีทำ ใช้หม้อดิน เอาเกลือมา 3 กำ ให้กลั้นใจหยิบ 3 จับ แล้วเทใส่หม้อ ท่านสอนให้ท่อง “พุทธัง ปัจจักขามิ 1 กำ ธัมมัง ปัจจักขามิ อีก 1 กำ สังฆัง ปัจจักขามิ อีก 1 กำ” ใส่หม้อ สตุเกลือ (โดยไม่ต้องใส่น้ำ) จนละเอียดไปหมดแล้วปลงลงมาเอาไข่ขาว (ไข่ไก่ 5 ฟอง ไม่เอาไข่แดง) ใส่แล้วคนให้เข้ากัน ท่อง “พุทธัง ปัจจักขามิ, ธัมมัง ปัจจักขามิ, สังฆัง ปัจจักขามิ” กินครั้งละ 1 ช้อนคาว
20.รักษาผิวหน้าไม่ให้เหี่ยวย่น : วิธีทำ ขนาน 1 ใช้น้ำผึ้งกับผิวมะนาวทาหน้าเป็นประจำ หรือขนาน 2 ใช้ไส้ตะเกียงเจ้าพายุที่ใช้แล้ว ผสมน้ำมะนาว ทาหน้าเป็นประจำก็ได้
21.ผมอ่อนสลวย : วิธีทำ ใช้น้ำส้มมะขาม (มะขามเปียก) สระผม
22.ตื่นเช้าแกว่งแขน 100 ครั้ง เตะขาขึ้น 100 ครั้ง แล้วอย่าเพิ่งไปล้างหน้า ดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์ 5 แก้ว (ถ้าอายุเกิน 45 ปี กินน้ำต้ม ถ้ายังไม่ถึง 45 ปี ไม่ต้องต้ม) รับรองอุจจาระดี หูตึงหาย
ปวดศีรษะซีกหนึ่ง น้ำตาไหล ปวดลูกตา หายเลยทีเดียว
หลวงพ่อจรัญบอกว่า 20 ตำรับยาที่รวบรวมมานี้เป็นยาที่ใช้รักษาโรคทาง “กาย” เท่านั้น ในส่วนของโรคและความผิดปกติทางจิตวิญญาณ หลวงพ่อก็ยังมียา “พิเศษ” ไว้รักษาด้วย ประกอบด้วย 13 ขนาน คือ
1.”สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน”
2.”การทำกรรมฐาน” ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง รักษาโรคคิดมาก วิตกกังวล นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูงต่ำและโรคหัวใจได้
3.”การเจริญกรรมฐาน” จะทำให้อารมณ์ดี มีจิตใจสะอาด จะรู้บุญคุณของพ่อ-แม่ ไม่ลืมพระคุณของชาติภูมิ มาตุภูมิ และบ้านเกิดเมืองนอนของตน ไม่ลืมบุญคุณครูบาอาจารย์
4.การเจริญกรรมฐาน เวลานั่ง กำหนดลมหายใจยาวๆ เข้าไว้ หายใจเข้ายาวๆ หายใจออกยาวๆ ให้สม่ำเสมอ จะทำให้ใจเย็นและเกิดปัญญาแก้ไขปัญหาได้
5.ผู้ที่เจริญ “กรรมฐาน” จิตใจจะโน้มเอียงไปในทางดี จะรักษาโรคเห็นแก่ตัว โรคอิจฉาริษยาได้ จะทำให้เกิดความเมตตาสงสารผู้อื่น
6.”กรรมฐาน” สามารถรักษาโรคและต่ออายุได้
7.”กรรมฐาน” เป็นการป้องกันจิตวิญญาณไว้มิให้หลงตาย ทำให้มีสติอยู่ตลอดเวลา
8.”กรรมฐาน” ช่วยรักษาโรคกรรม ซึ่งหมอทั่วไปรักษาไม่หาย
9.โลกที่เดือดร้อนทุกวันนี้ ทางหนึ่งย่อมเกิดจากความ “โลภ” ของคนเราที่คอยเผาดวงใจให้เร่าร้อน ทำใจให้พร่อง ทำใจให้หิว
10.อารมณ์ร้ายเป็นอารมณ์อันตรายที่สำคัญที่ต้องหาความอดทนมาเป็นเครื่องมือป้องกันไว้ คำด่าว่า เสียดสีนินทานี่แหละที่ทำใจให้ร้อน เมื่อใจร้อนแล้ว เรื่องร้อนต่างๆ ก็ตามมาอย่างที่เห็นกันอยู่เสมอ วิธีที่เหมาะสมวิธีหนึ่งคือการวางตัว
11.การสร้างความดี ก็ต้องละความชั่ว สร้างความดีก็ต้องละบาปมาทำบุญ แล้วยังมีบาปในใจมากอีกรับรองไปไม่รอด
12.การสร้างความดี เป็นการใช้หนี้กรรม เราควรชดใช้ให้หมดไปในชาตินี้ ดีกว่าไปใช้หนี้บวกดอกในเมืองนรกเป็นร้อยปี
13.”ความดี” สร้างให้กันไม่ได้ “เราต้องสร้างเอง” ต่างคนต่างทำ เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกตายไม่ได้ แต่เราเลือกทำ “ความดีได้”
หลวงพ่อบอกว่า การเจริญวิปัสสนา การเดินจงกรม การนั่งภาวนานี้ เป็นการสร้างข้อมูลใส่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด คือ ทบทวนอารมณ์ จิต ให้เข้าข้อคิดผู้มีปัญญาอยู่แล้ว อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราครบถึงเวลาคอมพิวเตอร์จะตีออกมา แก้ปัญหาให้เราเองของใครของมัน เครื่องใครเครื่องมัน จะเหมือนกันอย่างไรเล่า
“การเดินจงกรม” “การนั่งภาวนา” เป็นการสร้างข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการสร้างข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการสร้างสิ่งที่เร้นลับ มีกระจัดกระจาย ทำให้แตกให้แยกกันได้แล้วข้อมูลจะเก็บไว้ ถึงเวลาแล้วมีข้อมูลครบเราจะกดปุ่มไหน มันจะออกมาแก้ปุ่มนี้เป็นปุ่มนี้จะแก้ “ปัญหา” ถึงเมื่อเวลาที่เรามีทุกข์ มียาก มีลำบาก มีวิกฤตชีวิตขึ้นมา คอมพิวเตอร์ตัวนี้แหละจะตีไปตามขั้นตอนโดยอัตโนมัติ มันจะบอกเลยว่าเราเดินไปทางไหนจะมีความสุขสบายหลายประการได้ ถ้ามีสติสัมปชัญญะครบแล้ว ป้อนข้อมูลเข้าไปก็แสดงออกตีออกมาโดยถูกต้อง
นี่คือ “หลักการ” แต่ถ้าข้อมูลไม่มี ป้อนไม่ถูก อารมณ์เราไม่ดี ป้อนผิดหมด ออกมาผิด อย่าไปโทษเครื่องคอมพิวเตอร์
ผู้เขียนในฐานะลูกศิษย์ “หลวงพ่อจรัญ” อยากชักชวนลูกหลานทุกคนสวดมนต์ก่อนนอน แล้วตั้งใจปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ปฏิบัติโดยเคร่งครัด อย่าคุยกัน เอาให้รู้แจ้ง ปัจจัตตังด้วยตนเอง ให้มันเกิดเองโดยธรรมชาติ ให้มันผุดขึ้นมาเรียกว่า “ภาวนา” เกิดเองนี่…เป็นของที่จะแจ้งถึงใจของเขาเอง จะได้ของจริงติดตัวไป ปฏิบัติทุกคืน ประมาณ 20-30 นาที จะเป็นสิริมงคลในชีวิตจะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะมีความสุข ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปในชีวิต
อนึ่งขณะนี้ “หลวงพ่อ” ของเราชาวไทยทั้งประเทศ ท่านได้ละสังขารที่โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ชั้น 5 ห้อง 508 ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 8.37 น. ด้วยอาการสงบ ขณะนี้ไม่มีหลวงพ่อ เหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ต้องพึ่งตนเองโดยเอาแนวทางคำสอนของหลวงพ่อมาใช้ดำเนินชีวิต จะได้พบของดีดั่งที่หลวงพ่อได้พร่ำสอนตลอดมา
สุดท้ายนี้ กลุ่มศิษย์พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม(วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี) ขอให้ท่านมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี ตลอดปี ตลอดไปนะครับ
ขออนุโมทนาครับ

Comments
Translate »