ประโยชน์มากมายจาก มะเขือพวง

ประโยชน์มากมายจาก มะเขือพวง

ประโยชน์มากมายจาก มะเขือพวง

สรรพคุณเหลือเชื่อ
นักวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ได้วิจัยเรื่องสรรพคุณวิเศษของมะเขือพวง ผักพื้นบ้านของไทย และพบว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมาก
เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน
มีเส้นใยที่ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินได้ดีเยี่ยม เรียกว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักวิจัยและคนไทยทั่วไป
เนื่องจาก มะเขือพวงเป็นพืชคู่ครัวคนไทยมาช้านาน ไม่ว่าเราจะกินแกงเขียวหวาน แกงเนื้อ แกงป่า น้ำพริกากะปิ หรือผัดเผ็ดบางชนิด สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “มะเขือพวง” แสดงให้เห็นว่า
ตำหรับอาหารที่สืบทอดมาแต่โบราณ บรรพบุรุษของเรา มิได้คำนึงถึงรสชาติเพียงอย่างเดียวแต่ยังมองไปถึงสรรพคุณของพืชผัก แต่ละชนิดเป็นส่วนสำคัญอีกด้วย
“มะเขือพวง”
มีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนโบราณหลายประการ
เช่น ช่วยเจริญอาหาร
ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ
ขับเสมหะ แก้ไอ
ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนได้ดี
แก้ปวด ฟกซ้ำ ปวดกระเพาะ
แก้อาการฝีบวมหนอง อาการบวม
อักเสบ ขับปัสสาวะ ทั้งนี้
จากการศึกษาวิจัย ทำให้พบว่า
1. มะเขือพวงมีสารจำพวก
“ไฟโตนิวเทียนท์” ที่จะช่วยร่างกาย ในสภาวะขาดสารอาหาร
ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ
2. มีกลุ่มสาร “ทอร์โวไซด์”
ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้
และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น
รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย
จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง
3. ในมะเขือพวงมีสาร “ซาโปนิน” ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ
4.มะเขือพวงเป็นพืชที่มีเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยทั้งหมด จนได้รับสมญานามเป็น “ราชาแห่งผักพื้นบ้าน ในเรื่องของสารเส้นใย”ซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้
สารนี้จะสามารถเปลี่ยนเป็นวุ้นไปเคลือบที่ผิวของลำไส้
ทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง
จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป
ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า
. สารเพกตินในมะเขือพวง
ช่วยในการดูดซับไขมันส่วนเกินออกจากอาหารได้
ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บรรพบุรุษของไทยมักจะทำแกงกะทิใส่มะเขือพวงซึ่งน่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจได้
อย่างไรก็ตามแม้มะเขือพวงจะเป็นพืชผักที่มีประโยชน์มากแต่คณะผู้วิจัยก็ยังบอกว่า ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะมีสาร “อัลคาลอยด์”
ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท และมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ
(เข้าทำนองว่าอะไรๆที่เกินประมาณ ก็เกิดอันตรายได้ทั้งนั้น)
SHARE NOW
Exit mobile version