ดาวเรือง ยาดีของดวงตา รักษาหลากหลายโรคภัย

ดาวเรือง ยาดีของดวงตา รักษาหลากหลายโรคภัย

ดาวเรือง ยาดีของดวงตา รักษาหลากหลายโรคภัย

🌼ดาวเรือง ยาดีของดวงตา รักษาหลากหลายโรคภัย

“ดาวเรือง” เป็นดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นดอกไม้มงคลที่นิยมปลูกของหลายๆ บ้าน และยังเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

ดาวเรือง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกา ถูกนำเข้ามาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบได้ แต่น่าจะนานมาแล้วเพราะสมัยยายก็มีอยู่แล้ว ตอนเด็กๆ จำได้ว่าในหมู่บ้านนิยมปลูกไว้หน้าบ้านคู่กับบานชื่นเอาไว้บูชาพระ แต่ก่อนดาวเรืองมีแต่ดอกเล็กๆ ไม่มีดอกใหญ่อย่างในปัจจุบัน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็นยาสมุนไพร แต่มีข้อมูลที่อ้างอิงมากจากตำรายาจีนว่า ดอกและราก มีรสขม เผ็ดเล็กน้อย ใช้ขับลม ดับพิษร้อนในตับ แก้วิงเวียนศีรษะ ตาบวม ตาเจ็บ ไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ แก้คอและปากอักเสบ แก้คางทูม

…แต่เมื่อได้ไปเก็บความรู้กับหมอยาไทใหญ่ จึงได้รู้ว่าดาวเรืองใช้ต้มกินบำรุงตา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็พบว่าดาวเรือง มีสารลูทีน(lutein) ที่ช่วยปกป้องสายตา ปัจจุบันในตลาดต่างประเทศมีสารสกัดจากดาวเรืองและชาดาวเรือง จำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตา ช่างน่าอัศจรรย์ใจที่ตรงกับการใช้ของพ่อหมอเหล่านั้น

👁ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่า สารลูทีน และซีแซนทีน(zeaxanthin) เป็นสารไอโซเมอร์กัน(มีสูตรโมเลกุลเหมือนกัน แต่สูตรโครงสร้างต่างกัน) เป็นสารสีเหลืองที่มีอยู่มากบริเวณจุดโฟกัสของจอประสาทตา เชื่อว่าสารทั้งสองช่วยดูดซับแสงสีฟ้าและแสงยูวี ซึ่งมีพลังงานสูง และเป็นสารต้านออกซิเดชันช่วยป้องกันเซลล์รับแสงของตาไม่ให้ได้รับอันตรายจากอนุมูลอิสระ

🔍จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีสารลูทีนและซีแซนทีนสะสมอยู่ที่จอประสาทตามาก จะมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม(Age-related macular degeneration :AMD) อันมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น

🌞ในสภาวะโลกร้อนซึ่งทำให้คนเราได้รับรังสียูวีเพิ่มขึ้น “ดาวเรือง” จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพตา เพราะเป็นพืชดอกที่ปลูกง่ายในบ้านเรา แต่การกินเป็นอาหารหรือเป็นสมุนไพรยังมีน้อย มีเป็นบางพื้นที่ เช่น แม่ๆ ชุมชนมุสลิมสามจังหวัดภาคใต้เล่าว่า สมัยก่อนชาวบ้านก็นำยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อนที่ยังตูม(ไม่กินดอกแก่เพราะฉุน)มาจิ้มน้ำบูดูหรือน้ำพริกกินเป็นประจำ เชื่อว่าเป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร ทุกวันนี้ในลังกาวีก็ยังกินกันอยู่ แต่คนไทยกินกันน้อยลงอาจเป็นเพราะมีผักอื่นๆ มากมาย

…อย่างไรก็ตาม การนำดาวเรืองไปปรุงให้สุกก่อนบริโภคจะช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ของลูทีน ดังที่พ่อหมอยาไทใหญ่แนะนำให้นำมาต้มกิน ชงกิน จึงเป็นวิธีที่ถูกต้องกว่า ในด้านความปลอดภัยก็ไม่น่ากังวล เนื่องจากมีการศึกษาพิษเฉียบพลันและพิษกึ่งเรื้อรังโดยให้หนูได้รับสารสกัดลูทีนจากดาวเรือง ผลปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ

🌟ตำรับยา
👉🏻บำรุงสายตา
นำกลีบดอกดาวเรืองไปต้มน้ำกิน หรือชงในน้ำร้อนจัดกิน สามารถกินได้ทั้งน้ำและเนื้อ หรือจะนำมาปรุงกับตับไก่กินเป็นอาหารก็ได้
👉🏻คางทูม ปวดบวมเต้านมและส่วนต่างๆ ตามร่างกาย
นำดอกมาตำผสมกับขมิ้น และข้าวสารที่ได้ทำการแช่จนพองตัว ให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่มีอาการ
👉🏻รักษาแผลฝี มีน้ำหนอง แผลอักเสบต่างๆ
นำรากและใบของต้นดาวเรืองมาตำผสมกับใบฟ้าทะลายโจรให้ละเอียดแล้วนำมาพอกแผลบริเวณที่มีอาการ
👉🏻แก้อาการปวดฟัน รักษาแผลในช่องปาก ปากเปื่อย
นำดอกและรากแห้ง ประมาณ 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือดประมาณ 15 นาที แล้วนำมาดื่ม ครั้งละ ½ แก้วชา วันละ 2 เวลา เช้า เย็น อมบ่อยๆ เมื่อมีอาการปวด หรือนำดอกดาวเรืองแห้งประมาณ 5 ดอก กระเทียม 2 กลีบ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด โดยให้น้ำเหลือ ½ ส่วน ดื่มอุ่นๆ เมื่อมีอาการ

#สมุนไพรน่ารู้ #ดาวเรือง #ยาดีของดวงตา #สมุนไพรอภัยภูเบศร

Comments
Translate »