ฝีที่ก้น สังเกตให้ดีอาจเป็น “ฝีคัณฑสูตร”

สาระความรู้ทั่วไป
🆘 ฝีที่ก้น สังเกตให้ดีอาจเป็น “ฝีคัณฑสูตร”
🔻สังเกตอาการ แบบไหนที่เรียกว่าฝีคัณฑสูตร ?
👉🏻มีอาการปวด บวมบริเวณแก้มก้น หรือบริเวณขอบรูทวารหนัก กดเจ็บ และจะปวดมากเวลานั่ง ขยับตัว มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ หรือไอ
👉🏻มีกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณใกล้ทวารหนัก
👉🏻มีน้ำเหลืองซึมออกมาจากรูที่ผิวหนัง
👉🏻อาจมีเลือดปน หรือเป็นหนอง
👉🏻อาจมีอาการคันรอบๆ รูที่ผิวหนังนี้ได้ และผิวหนังรอบๆ รู อาจเกิดการอักเสบแดง
👉🏻ในรายที่เกิดโพรงหนองอาจมีไข้ และหนาวสั่น
🔻ฝีคัณฑสูตรเกิดจากอะไร ?
…เกิดจากการติดเชื้อของต่อมภายในทวารหนัก ทำให้มีเชื้อแบคทีเรีย อุจจาระ และของเสียหมักหมม เกิดเป็นฝีหนอง หนองที่มีปริมาณมากขึ้นก็จะค่อยๆ เซาะไปตามชั้นของกล้ามเนื้อของทวารหนัก ฝีคัณสูตรทะลุมาชั้นของผิวหนังที่อยู่บริเวณรอบๆทวารหนัก จนกระทั่งหนองแตกทะลุออกสู่ภายนอก กลายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างช่องในทวารหนักกับผิวหนัง เรียกว่า Fistula ฝีคัณฑสูตรพบได้ทั้งในผู้ชายและเพศหญิง แต่มักพบในผู้ชายได้มากกว่าประมาณ 2-3 เท่า
👉🏻สมุนไพรทางเลือกเสริมที่แนะนำ
..ในส่วนของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มีการแนะนำให้ใช้สมุนไพรทางเลือกเสริม สำหรับอาการของฝีคัณฑสูตรที่เกิดจากการติดเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบเป็นติ่งเนื้อภายนอกทวาร ดังนี้
1️⃣ หญ้าปักกิ่ง รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล ก่อนอาหารสามมื้อ
2️⃣ ขมิ้นชัน รับประทาน 1-2 แคปซูล หลังอาหารสามมื้อ
3️⃣ เพชรสังฆาต 2-3 แคปซูล หลังอาหารสามมื้อ
🚫งดของแสลง
เช่น ปลาไม่มีเกล็ด ปลาดุก ปลาไหล ปลาช่อน ปลาหมอ อาหารทะเล ของหมักดอง ของมันของทอด อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาหารเหล่านี้จะไปเพิ่มความร้อนให้แก่ร่างกาย ยิ่งส่งเสริมให้ร่างกายมีความร้อนมากยิ่งขึ้น
✅ พยายามดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้น อย่างน้อย 2-3 ลิตร/วัน ทานอาหารที่มีกากใยเพิ่ม เพื่อช่วยในการขับถ่าย และออกกำลังกาย เพื่อให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
⭐️แนะนำให้รับประทานยาและดูแลตนเองต่อเนื่อง พร้อมปรับพฤติกรรมตามที่แนะนำอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป แล้วสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง
Comments