สมุนไพรช่วยบรรเทา..เหน็บชาและปลายประสาทอักเสบ

สมุนไพรรักษาโรค
สมุนไพรช่วยบรรเทา..เหน็บชาและปลายประสาทอักเสบ
สมุนไพรช่วยบรรเทา..เหน็บชาและปลายประสาทอักเสบ
สมุนไพรช่วยบรรเทา..เหน็บชาและปลายประสาทอักเสบ
อาการเหน็บชาเกิดขึ้นเมื่อมีแรงกดทับส่วนใดส่วนหนึ่งบนแขนหรือขา ทำให้เส้นเลือดไม่สามารถนำออกซิเจนและน้ำตาลกลูโคสไปยังเนื้อเยื่อหรือเส้นประสาทได้ มีผลคือ เส้นประสาทไม่สามารถสื่อสัญญาณไปยังสมอง จึงทำให้เกิดความรู้สึกชาและเจ็บจี๊ดเหมือนถูกเข็มแทง ใครที่เป็นบ่อยๆ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดง ข้าวโอ๊ต รำข้าว ตับ ไข่ มันเทศ เป็นต้น หากไม่หายควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้
ใครที่เคยเป็นคงรู้ว่าช่วงเวลาที่เหน็บกินนั้น ทรมานแค่ไหน วิธีแก้ไขง่ายๆแนะนำให้นวดที่นิ้วโป้งเท้าข้างที่โดนเหน็บกิน โดยบีบแรงๆ จะสามารถบรรเทาอาการได้
ส่วนคนโบราณมีความเชื่อว่า เมื่อเกิดอาการเหน็บชา ให้หาก้านไม้ขีด หรือกิ่งไม้ขนาดเล็กๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงก็ได้ เหน็บเอาไว้ที่หูข้างที่มีอาการเหน็บชา ประมาณ 20 วินาที จะช่วยทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้
อีกวิธีหนึ่งคือ ให้นำเชือกมาผูกที่หัวแม่เท้าข้างที่เป็นเหน็บ รัดให้แน่นๆ 2-3 รอบ แล้วรอสักครู่ เท้าที่เป็นเหน็บจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว
กลุ่มสมุนไพรที่ช่วยได้
พริก
พริกแก้ปวดปลายประสาท สารแคปไซซิน ,สารแคปแซนทีน ลดอาการปวดต่างๆ สารที่ให้ความเผ็ดจะมีผลต่อระบบไหลเวียนของโลหิต สามารถลดและป้องกันการเพิ่มของระดับไขมันชนิดอันตรายหรือคอเลสเตอรอลได้ และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหลอดเลือดแข็ง และลดการสะสมไขมันผิดปกติที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ ทดแทนการใช้ยาลดไขมันในเลือดขนาด 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันได้
ขิง
ใช้ขิงช่วยย่อยอาหาร และช่วยแก้พิษ ใช้ขิงในการรักษาอัมพาต โรคปวดปลายประสาท และโรคเก๊าท์
ชาวอาหรับโบราณใช้ในการกระตุ้นความกำหนัด ส่วนคนยุโรบใช้ขิงในการช่วยย่อย ช่วยรักษาอาการท้องอืดจากการดื่มเหล้า ช่วยขับลม ทั้งยังใช้ในการรักษาโรคเก๊าท์ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
น้ำมันรำข้าว
จะช่วยสร้างเยื่อหุ้มปลายประสาท เปรียบเหมือน สายไฟที่ฉนวน ถลอก จึงเกิดการรั่วของกระแสไฟฟ้า เส้นประสาทก็เช่นกัน เมื่อเยื่อหุ้มถลอก ด้วยการกระแทก หรือกดทับ นั่งนาน ยืนนาน หรือภูมิทำลายตัวเอง ก็เกิดการถลอกของเยื่อหุ้มประสาท เกิดกระแสรั่ว รับความรู้สึกไว เจ็บแปลบ จนกระแสรั่วไหลมาก กระแสไฟฟ้า ไปไม่ถึงปลายอวัยวะจึงเกิดการอ่อนแรง เมื่อไม่ขยับอวัยวะ แขน ขาก็เริ่มลีบ( กลุ่มนี้มีอาการข้างเคียงเยอะมาก ง่าย คือ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จึงค่อยทรุดลง )
ตำรับยาแบบโบราณ
1. ใบย่านาง 2. ใบมะกา 3. โคคลาน 4. เถาเอ็นอ่อน
5. สะค้าน 6. ยาดำ 7. ลูกกระดอม 8. รากคูน
9. มะตูมอ่อนแห้ง 10. ลูกขี้กาแดง11. รากช้าพลู
เอาหนักอย่างละ 30 กรัม ( 2 บาท )
นำมาต้มกินน้ำครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร
โรคเหน็บชาหายได้ภายใน 4-5 หม้อหายแล(ตำราท่านว่าไว้)
ขอขอบคุณข้อมูลจากทางแพทย์สายพุทธ
@@@@@@@@@@@@@@@@
โรคปลายประสาทอักเสบ(Polyneuritis)
โรคปลายประสาทอักเสบ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลายประสาทเสื่อม เป็นความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลาย โดยสามารถเกิดกับเส้นประสาทเพียงเส้นเดียวหรือพร้อมกันหลายๆ เส้นก็ได้ มักพบได้ในผู้ป่วยวัยกลางคนที่มีเบาหวานเป็นโรคประจำตัว ผู้ที่ดื่มสุราจัด หรือจากสาเหตุอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาและหรืออาการเจ็บที่ปลายมือปลายเท้า อาการมือเท้าเย็น หรือแม้แต่การไม่รู้สึกตัวขณะเหยียบของมีคมก็เป็นได้
แล้วอะไรคือปลายประสาท
อธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ ปลายประสาทก็คือเส้นประสาทที่อยู่ในระบบประสาทส่วนปลาย เป็นส่วนที่เหลือทั้งหมดนอกเหนือจากสมองและไขสันหลังซึ่งอยู่ในระบบประสาทส่วนกลางนั่นเอง ซึ่งโดยปกติจะทำหน้าที่เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สึก และเซลล์ประสาทสั่งการ ทำหน้าที่นำสัญญาณประสาท เข้าและออกจากระบบประสาทส่วนกลาง
สาเหตุของโรคปลายประสาทอักเสบมีอะไรบ้าง
1.เส้นประสาทถูกกดทับเฉพาะที่
สาเหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อเส้นประสารทส่วนใดส่วนหนึ่ง ในบริเวณในบริเวณหนึ่งโดนกดทับเป็นเวลานานๆ
Carpal Tunnel Syndrome คือการที่เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ โดยทั่วไปมักพบในคนที่ใช้ข้อมืออย่างหนักสะสมเป็นระยะเวลานานๆ จนสุดท้ายส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณข้อมือก่อตัวหนาขึ้นและไปกดรัดเส้นประสาทบริเวณเดียวกัน
การที่เส้นประสาทถูกกดเบียดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หมอนรองกระดูก สะโพก ทำให้รู้สึกชาและเจ็บในบริเวณนั้น ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้มักเกิดกับคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน โดยจะมีปัญหาเมื่อนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ หรือใส่กางเกงที่รัดแน่นไป
2.ผลจากความผิดปกติหรือโรคชนิดอื่นๆ
โรคเบาหวาน ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นมานานและไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีนั้น มักเกิดอาการชาจากปลายประสาทอักเสบตามมา โดยเราจะเรียกโรคปลายประสาทอักเสบที่เกิดในผู้ป่วยเบาหวานว่า Diabetic neuropathies
การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ อาจเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนทำให้เกิดการอักเสบตามมา
ภูมิคุ้มกันผิดปกติ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในรายที่เป็นไม่มากจะมีอาการอ่อนแรง ชา แต่จะยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้ แต่ในผู้ป่วยรายที่เป็นรุนแรงจนถึงกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ
การเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ตัวเองของร่างกาย ร่างกายสามารถฟื้นได้แต่ต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่ง โดยต้องมีการให้ยากลุ่มที่เป็นเซรั่มแก้อาการแพ้เข้าไปช่วย และหากเกิดการติดเชื้อรุนแรงบริเวณกล้ามเนื้อที่แขนขา อาจต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อแก้ไขอาการอ่อนแรง
โรคอื่นๆ เช่นไทรอยด์บางชนิด โรคไตวายเรื้อรัง โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคเอสเอลอี หรือโรคมะเร็งบางชนิด (มะเร็งปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง)
3.สาเหตุอื่นๆ
เส้นประสาทเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ
ยาบางชนิด เช่น ยาต้านมะเร็ง ยากันชัก ยาปฏิชีวนะบางชนิด
สารพิษบางชนิด เช่น สารตะกั่ว ปรอท
ขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินบี เนื่องจากมีการบริโภคอาหารที่ดีขึ้น สาเหตุนี้จึงถูกพบได้น้อยลงมากในปัจจุบัน
โรคปลายประสาทอักเสบมีอาการอย่างไร
ลักษณะการเกิดอาการของโรคปลายประสาทอักเสบนั้นจะเป็นไปแบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี และจะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่แพทย์สามารถตรวจพบได้เป็นอาการหลักของโรคคือ มีอาการชา ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกเจ็บหรือรู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อถูกเข็มแทงที่บริเวณส่วนปลายแขนขา มือตก เท้าตก การรีเฟลกซ์ของข้อ (tendon reflex) ไม่สามารถตรวจพบได้ หรือพบแต่น้อยลง
การทำลายเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขา ซึ่งมักจะเป็นพร้อมกันในขาทั้งสองข้าง เป็นการอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้
การไม่มีความรู้สึกต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เนื่องจากอาการชาที่บริเวณปลายเท้าทั้งสอง โดยมักจะเกิดที่ปลายนิ้วก่อน แล้วค่อยๆลุกลามขึ้นเรื่อยๆ อาจมีอาการชามือร่วมด้วย ซึ่งอาการชาเหล่านี้จะส่งผลเสียทำให้ไม่สามารถรู้ตัวเมื่อเกิดบาดแผลตามร่างกายได้ อาการชามักไม่สามารถรักษาให้ทุเลาลงได้ แต่การควบคุมน้ำตาลอาจจะทำให้อาการดีขึ้นในรายที่เพิ่งเป็นหรือยังเป็นไม่มาก
มีอาการแสบร้อนบริเวณปลายเท้า เจ็บปวดเหมือนมีเข็มแทง หากสัมผัสอาจจะทำให้เกิดอาการปวด มีปัญหาเรื่องการทรงตัว
โดยส่วนใหญ่อาการจะรุนแรงในเวลากลางคืน ข้อเท้าอาจจะมีการเสียรูป และมีแผลที่เท้าซึ่งเรียกว่า Charcot’s joint ซึ่งเป็นการอักเสบของข้อเท้าในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการของโรคปลายประสาทอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถระบุตำแหน่งเท้าของตนเองได้อีกต่อไป ดังนั้นผู้ป่วนเบาหวานจึงควรสังเกตข้อเท้าของตนอย่างสม่ำเสมอว่ามีอาการบวม แดง ร้อน หรือมีอาการกดทับหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการติดเชื้อที่อาจตามมาได้
การอักเสบของเส้นประสาทเส้นเดียว Focal Neuropathy
เป็นการอักเสบที่เกิดกับเส้นประสาทเพียงเส้นเดียว เช่น ถ้าเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขาเกิดการอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณหน้าขา ปวดบริเวณหลัง ปวดท้อง เจ็บหน้าอก ปวดหลังกระบอกตา มองเห็นภาพซ้อน ปากเบี้ยว ซึ่งการอักเสบในลักษณะนี้มักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เกิดในผู้สูงอายุและสามารถหายได้เองเป็นส่วนใหญ่
การรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ
สำหรับการรักษาโรคปลายประสาทอักเสบในปัจจุบันนั้น ยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่สามารถให้ผลการรักษาได้เป็นที่น่าพอใจ แต่ก็มีแนวทางการรักษาหลากหลายวิธีขึ้นกับสถานการณ์ของผู้ป่วยเป็นรายๆไป ซึ่งในบางกรณีอาจจะใช้หลายๆวิธีร่วมกันก็ได้
การกำจัดสาเหตุที่เป็นตัวก่อโรค
หากการอักเสบเกิดจากการที่เส้นประสาทถูกกดทับ ก็ควรลดพฤติกรรมและความเสี่ยงใดๆก็ตามที่จะทำให้เส้นประสาทโดนกดทับเป็นเวลานาน เช่น การพยายามไม่อยู่ในท่าทางเดียวเป็นเวลานาน
ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการควบคุมเบาหวานอย่างเคร่งครัด พยายามรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การใช้ยาในการรักษา
ยาแก้อักเสบ
ยาแก้ปวดในกรณีที่มีอาการปวดเกิดขึ้น
วิตามิน เช่น B12 ช่วยส่งเสริมในกระบวนการซ่อมแซมเส้นประสาท สามารถบรรเทาอาการชา รวมถึงอาการอื่นๆที่เกิดขึ้นได้
การผ่าตัด ในคนไข้บางรายที่อาการรุนแรง
การทำกายภาพบำบัด
เป็นวิธีการรักษาที่มีประโยชน์มาก และมีความจำเป็นในการรักษาของทุกโรค ทุกสาเหตุของเส้นประสาทที่ผิดปกติ โดยวัตถุประสงค์ของการทำกายภาพบำบัดคือ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่นการลีบของกล้ามเนื้อ ข้อยึดติด และเพื่อการฟื้นฟูสภาพของกล้ามเนื้อและระบบประสาท โดยทั่วไปสามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือมีญาติเป็นผู้ช่วย โดยผ่านคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด การทำกายภาพบำบัดควรทำให้สม่ำเสมอทุกวัน ครั้งละ ? – 1 ชั่วโมง ทั้งช่วงเช้าและเย็น นอกจากนี้ในกรณีที่มีอาการชา ผู้ป่วยไม่ควรประคบร้อนด้วยตนเอง เพราะบางครั้งจะไม่สามารถรู้เลยว่าสิ่งที่นำมาประคบนั้นมีความร้อนมากน้อยเพียงใด ส่งผลให้เกิดแผลจากการถูกของร้อนมากๆตามมาได้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน
เช่น คุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน
ใส่ใจดูแลรักษาเท้าให้มากกว่าคนปกติ
หากมีอาการแน่นท้อง ให้รับประทานอาหารเป็นมื้อย่อยๆ หลายๆมื้อ โดยลดปริมาณในแต่ละมื้อ
หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่านั่ง ให้นอนโดยยกศีรษะให้สูงขึ้น ให้ผ้าพันขา
ยาหลักๆ ที่ใช้ในการการรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ ได้แก่
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS)
ยาแก้ปวดต่างๆ เช่น paracetamol, amitriptyline, nortriptyline, carbamazepine lyrica เป็นต้น
วิตามินบี ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการเหน็บชาได้
สมุนไพรที่ใช้รักษาโรคปลายประสาทอักเสบ
มีสูตรสมุนไพรที่ว่ากันว่าใช้รักษาโรคปลายประสาทอักเสบได้ ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้
ใบย่านาง
ใบมะกา
โคคลาน
เถาเอ็นอ่อน
สะค้าน
ยาดำ
ลูกกระดอม
รากคูน
มะตูมอ่อนแห้ง
ลูกขี้กาแดง
รากช้าพลู
วิธีการ : เอาสมุนไพรข้างต้นทั้งหมด ชนิดละ 30 กรัม มาต้มในน้ำ แล้วรับประทานน้ำที่ได้จากการต้มครั้งละครึ่งแก้ว ให้รับประทานทุกวันติดกัน วันละ 3 เวลา อาการเหน็บชาจะสามารถหายไปได้ภายใน 4-5 หม้อยา
Comments