สูตรกล้วยๆ กับ 19 ประโยชน์ในการกินกล้วยรักษาโรค

สูตรกล้วยๆ กับ 19 ประโยชน์ในการกินกล้วยรักษาโรค

สูตรกล้วยๆ กับ 19 ประโยชน์ในการกินกล้วยรักษาโรค

สูตรกล้วยๆ กับ 19 ประโยชน์ในการกินกล้วยรักษาโรค
กล้วยเป็นผลไม้ชนิดเดียว ที่สามารถป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยของโรคต่างๆ ได้มากกว่าสิบโรค โดยได้รับการยืนยันจากการแพทย์แผนปัจจุบันอีกด้วย

สรรพคุณจากส่วนต่างๆ ของกล้วย มีบันทึกในตำราการแพทย์ทั้งแผนตะวันตกและตะวันออก
ประโยชน์ของกล้วย การใช้กล้วยรักษาโรค และสาระน่ารู้จากกล้วย มีดังนี้คือ
1. กล้วยมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า จะมีแคลเซียมสูงมาก เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ช่องปากมีสภาพเป็นด่าง ช่วยป้องกันฟันผุได้ การกินกล้วยน้ำว้า ควรกินตอนห่ามๆ อย่าให้สุกมากไป เพราะจะมีความหวานมากเกินไป
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย
2. กล้วยน้ำว้ามีวิตามินซี แคลเซียมสูงมาก กินวันละ 4 ลูก จะได้แคลเซียมพอดี รวมทั้งโปแตสเซียม มีโปรตีนครบเหมือนนมแม่ มีฮิสโตแฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการหลั่งเอ็นโดรฟิน เมื่อกินกล้วยแล้วจึงทำให้มีความสุข หลับสบาย กินแล้วฟันไม่ผุ เพราะมีสารเพคติน ซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน จะเคลือบตั้งแต่ในปาก ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ถือเป็นยามหัศจรรย์ ใครท้องเสียให้กินดิบ ห่ามก็ได้ จะหยุดท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
3. วิธีการเลือกซื้อกล้วยว่า ควรซื้อขณะที่มีสีเขียว และควรเลือกหวีที่อยู่กลางเครือ เพราะจะมีสารอาหารครบถ้วน กล้วยหวีที่อยู่กลางเครือจะมีลูกประมาณ 15-16 ลูก เมื่อได้กล้วยแล้ว ให้ดึงออกจากเครือโดยไม่ต้องใช้มีด จับที่ก้านแล้วดึงออกทีละลูก ฉีกออกมาวางไว้ กล้วยจะแห้งที่ก้าน อยู่อย่างนี้ได้ 3-5 วัน ไม่สุกไม่เน่า
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
4. วิธีการกินกล้วยที่ถูกต้อง ให้ปอกเปลือกจากบนลงล่าง กินจากข้างบนลงไป คำแรกๆ จะรู้สึกฝาด เพราะมียางอยู่ในปาก ซึ่งยางนั้น คือ ยาวิเศษ เพราะมีส่วนผสมของ เพคติน ยางกล้วยจะช่วยรักษาแผลในปาก โรคกระเพาะ โรคลำไส้ โรคทางเดินอาหาร กินกล้วยแล้วมีความสุขมากเพราะได้น้ำตาลฟรุคโทส เป็นน้ำตาลที่ไม่ใช้อินซูลิน กินไม่ถึง 5 นาที จะรู้สึก มีความสุข เพราะน้ำตาลจะขึ้นไปที่สมอง และใช้ได้ทันที เหมาะสำหรับคนไข้เบาหวาน และกินกล้วยน้ำว้าไม่ทำให้ปากเหม็น
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
5. สำหรับผู้สูงอายุ ขอให้กินกล้วยน้ำว้ามากๆ เพราะย่อยง่าย มีเยื่อ มีกาก มีวิตามินซี ไม่ทำให้ฟันผุ แต่ต้องแปรงฟันให้สะอาด” กล้วยน้ำว้า เมื่อเทียบกับกล้วยหอมและกล้วยไข่แล้ว กล้วยน้ำว้าจะให้คุณค่ามากกว่า เช่น ให้พลังงานสูง มีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วยบำรุงกระดูกและเหงือก
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
6. กล้วยช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
7. กล้วยน้ำว้ายังช่วยในด้านความสวยความงาม ทำให้ผิวพรรณดูดี มีสุขภาพดีขึ้น
* ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
8. “ดอกกล้วย” รักษาเบาหวาน ชาวอินเดียใช้ ดอกกล้วย ต้มและนำน้ำที่ได้จากการต้มมากินแก้เบาหวาน วิธีต้มง่ายๆก็คือ นำดอกกล้วย 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด ต้มกับน้ำ 3 แก้ว ให้เดือดนาน 20 นาที จากนั้นให้ดื่มน้ำต้มดอกกล้วยครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุล นอก จากนี้ในอินเดียยังมีการใช้ขี้เถ้าจากใบและต้นกล้วยมาต้มกินวันละ 1 ช้อนชา หลังอาหารเช้า-เย็น เป็นยาขับพยาธิ
* ตำราโบราณจากอินเดีย
9. “ดอกกล้วย” รักษาโรคหัวใจ ชาวจีนใช้ดอกกล้วยแห้งบดเป็นผง นำไปผสมกับน้ำ ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย กินครั้งละ 1-2 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นยาช่วยรักษาโรคหัวใจ
* ตำราโบราณจากจีน
10. กล้วยหอมสุก รักษาโรคริดสีดวงทวาร ในตำราการแพทย์แผนไทย ระบุสรรพคุณของกล้วยหลายประการ เช่น รักษาโรคริดสีดวงทวาร สำหรับผู้ที่เริ่มเป็นริดสีดวง ควรรับประทานกล้วยหอมสุกเป็นประจำทุกๆ เช้า วันละ 1-2 ผล กล้วยจะช่วยทำให้อุจจาระไม่แข็ง จึงไม่กระทบกับริดสีดวงเมื่อขับถ่าย
* ตำราการแพทย์แผนไทย
11. เปลือกกล้วยหอมสด ลดความดันสูง กล้วย ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ให้นำเปลือกกล้วยหอมสดมาต้มน้ำ แล้วกรองเอาแต่น้ำไปดื่ม จะช่วยลดความดันโลหิตได้ หรือแม้แต่การรับประทานผลกล้วยสุกเป็นประจำก็ช่วยป้องกันรักษาโรคความดันเลือดสูงได้เช่นกัน
* ตำราการแพทย์แผนไทย
12. กล้วยสุก ระงับกลิ่นปาก กล้วยช่วยระงับกลิ่นปาก สำหรับผู้ที่มีกลิ่นปากแรง โดยที่ไม่ได้มีปัญหามาจากฟันผุ สามารถกำจัดกลิ่นได้ โดยรับประทานกล้วยสุกในตอนเช้าสัก 6-7 ลูก แล้วค่อยแปรงฟัน จะเป็นกล้วยชนิดใดก็ได้ ขอให้เป็นกล้วยสุกที่ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ ไม่ว่าจะต้ม ทอด ปิ้ง เมื่อกินติดต่อกันสัก 7 วัน ก็จะเริ่มเห็นผล
* ตำราโบราณ
13. กล้วยน้ำว้าสุกห่ามๆ ป้องกันฟันผุ กล้วยน้าว้า มีแคลเซียมสูงมาก เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ช่องปากมีสภาพเป็นด่าง ช่วยป้องกันฟันผุได้ การกินกล้วยน้ำว้า ควรกินตอนห่ามๆ อย่าให้สุกมากไป เพราะจะมีความหวานมากเกินไป
* ตำราโบราณ
14. กล้วยสุก ป้องกันเส้นโลหิตแตก หนังสือ The New England Journal of Medicine ระบุว่า ผู้ที่กินกล้วยเป็นประจำ จะลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40% นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าในกล้วยมีโปรตีนที่มีชื่อว่า เทปโตแพน (trytophan) เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะแปรเปลี่ยนโปรตีนดังกล่าวเป็น สารซีโรโตนิน (serotonin) ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีอารมณ์ดี ช่วยรักษาอาการซึมเศร้าได้ ยิ่งไปกว่านั้น วิตามินบี 6 ในกล้วย จะช่วยในการควบคุมอารมณ์ ช่วยให้ระบบประสาทดีขึ้น สำหรับสตรีตั้งครรภ์ หากรับประทานหัวปลีกล้วย จะช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น
* แพทย์แผนปัจจุบัน ประเทศอังกฤษ
15. เปลือกกล้วย แก้เม็ดผื่นคันจากยุงกัด เปลือกกล้วย มีสรรพคุณ แก้เม็ดผื่นคันจากยุงกัด โดยใช้เปลือกกล้วยด้านในทาบริเวณที่โดนยุงกัด จะช่วยลดอาการคันและทำให้เม็ดผื่นคันยุบตัวลงเร็วขึ้น
* ตำราโบราณ
16. กล้วย ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง กล้วยช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง ทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหาร ธาตุเหล็กในกล้วย ช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือดช่วยรักษาภาวะโลหิตจางได้
* ตำราการแพทย์แผนไทย
17. กล้วยน้ำว้า รักษากรดไหลย้อน และโรคกระเพาะ สูตรโบราณ ที่บอกต่อๆ กันมา และใช้ได้ผลจริง สำหรับผู้เป็นโรคกรดไหลย้อน และโรคกระเพาะ ให้กินกล้วยน้ำว้าห่ามๆ พอกินได้ อย่ากินแบบสุกมาก วันละ 2 ผล หลังตื่นนอน กินก่อนกินอะไรทุกชนิด ปฏิบัติทุกวัน จะหาย และควรงดอาหารรสจัดด้วยจะหายเร็วขึ้น
* ตำราโบราณ
18. กล้วยน้ำว้าดิบ รักษาโรคกระเพาะ ให้นำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วอบแห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เพราะจะทำให้สารที่ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารหมดฤทธิ์ไป หรือจะไปนำตากแดดให้แห้ง 3 แดด (3 วัน) จะได้ผลคล้ายกันคือกรอบจนบดได้ เมื่ออบ หรือตากแดดเสร็จแล้วให้นำมาบดเป็นผง หรือตำให้ป่นก็ได้ กินครั้งละ 1 ช้อนชา ถ้าจะให้กินง่ายๆ ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดกินได้ หรือชงกับน้ำอุ่นดื่มก็ดี ควรกินวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร
* ตำราโบราณ
19. น้ำจากต้นกล้วย รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร
ดื่มน้ำต้นกล้วย 1 ช้อนโต๊ะ จะมีรสฝาด ช่วยสมานแผลในทางเดินอาหาร และ ได้วิตามินสารอาหารอื่นๆ อีกด้วย วิธีหาน้ำในต้นกล้วย ให้ใช้ปลายช้อนแบบช้อนกลาง ปักเข้าไปกลางลำต้นกล้วย กะมุมให้น้ำไหลลงช้อนพอดี รอให้น้ำจากต้นกล้วยไหลมาตามช้อน รองมากินก่อนอาหาร วันละ 1 ช้อนโต๊ะ ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ดีมาก กินทุกวัน จนอาหารหายแล้วเลิกกิน วิธีนี้ช่วยรักษา กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ได้อีกด้วย
* ตำราการแพทย์แผนไทย
(พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว)
SHARE NOW
Exit mobile version