มะนาว แก้ไอ แก้หวัด ลดไขมัน ป้องกันมะเร็ง

#มะนาว แก้ไอ แก้หวัด ลดไขมัน ป้องกันมะเร็ง 👩‍⚕️☘️ ✅ ในตำรายาไทย กล่าวไว้ว่า มะนาว หรือน้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว ใช้กินเพื่อลดอาการไอ ขับเสมหะ รสเปรี้ยวกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำลายทำให้ชุ่มคอ จึงช่วยลดอาการไอได้ (เหมือนที่เราเรียกกันว่า น้ำลายสอ) ช่วยกัดเสมหะ ใช้เป็นน้ำกระสายยาผสมยากวาดคอเด็กแก้ไข้หวัด นิยมใช้น้ำมะนาวละลายกับเกลือและน้ำตาลทรายแดง จิบเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ✅ผิวมะนาว ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้ลมวิงเวียน เป็นยาขับเสมหะ แก้เบื่ออาหาร ทาแก้ผิวแห้งตกสะเก็ด แก้สิวฝ้า ผิวผลสดใช้ขยี้สูดดม ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม ✅สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่ทำให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบมากบริเวณผิวเปลือกมะนาว มีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติป้องกันและรักษามะเร็งหลายชนิด สารสำคัญหลักของพืชตระกูลนี้ คือ สารฟลาโวนอยด์ ได้แก่ “เฮสเพอริดิน” (hesperidin) “รูทิน”(rutin) และ “นาริงจิน”(naringin) และ […]

Continue Reading

กล้วยน้ำว้า : รักษาโรคกระเพาะ

กล้วยน้ำว้า : รักษาโรคกระเพาะ …🤣..✌️ . 🧓 …” รักษาโรคกระเพาะ ง่ายๆแค่ปอกกล้วยเข้าปาก ” คติประจำตัวที่ตั้งขึ้นเองจากประสบการณ์ที่เคยตัวงอ กุมท้อง จนทำงานทำการอะไรไม่ได้ . 👍 …ข้อดีในการใช้กล้วยน้ำว้าสุกในการดูแลรักษาโรคกระเพาะคือ ตอนที่เราเป็นโรคนี้นอกจากอาการหิวก็ปวด อิ่มก็ปวดแสบท้องแล้ว ท้องเราจะรู้สึกหิวบ่อยระหว่างรอกินอาหารมื้อหลัก ซึ่งเราไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง ปล่อยให้กรดหลั่งมากัดกระเพาะเรา . …การมีกล้วยน้ำว้าสุกกินรองท้องสัก 2 ลูก ช่วยได้มาก และควรกินกล้วยน้ำว้าสุกงอมวันละ 3 ครั้งๆละ 2 ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง อย่างสม่ำเสมอ . 👨‍🍳 …ระหว่างนี้ต้องช่วยร่างกายจัดการกับโรคกระเพาะให้เด็ดขาดด้วยการ กินข้าวให้ตรงเวลา งดอาหารย่อยยาก กินอาหารอ่อนๆอาทิ ข้าวต้ม โจ๊ก ผักต้ม บ่อยหน่อย เลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด พออาการดีขึ้นมากๆแล้วค่อยกลับมากินก็ยังไม่สาย ทำตัวผ่อนคลาย อย่าเคร่งเครียดมากนัก . 👩‍🔬 …มีการวิจัยโดยใช้กล้วยรักษาโรคกระเพาะพบว่าได้ผลน่าพอใจ เนื่องจากกล้วยไปกระตุ้นให้ผนังกระเพาะสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น เยื่อเมือกนี้จะไปปิดแผลทำให้แผลหายเร็ว ผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะจะมีอาการดีขึ้น . …หมอยาไทยบอกว่า เมื่อรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหาร ถือเป็นการกำเริบของธาตุไฟ กินกล้วยจะช่วยได้เพราะกล้วยเป็นยาเย็น จะกินในรูปแบบนำกล้วยดิบมาตากแห้งตำผงกินกับน้ำร้อนหรือคลุกกินกับน้ำผึ้ง […]

Continue Reading

ถั่วลันเตา อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ

ถั่วลันเตา อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ สารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยบำรุงสุขภาพผิว สายตา สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีไขมันต่ำให้โปรตีนสูง มีแคลเซียม – ฟอสฟอรัสสูง ถั่วลันเตา 2 ทัพพี ให้แคลเซียม 170 มิลลิกรัม มากกว่าถั่วฝักยาว 4 เท่า มีกากใยอาหารสูงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ถั่วลันเตาเป็นถั่วที่มีรสชาติหวาน กรอบอร่อย จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Sugar Pea ในภาษาไทยเล่ากันว่า “ลันเตา” มาจากชื่อจีนว่า ห่อหลั่นเตา ซึ่ง “ห่อหลั่น” หมายถึง ฮอลแลนด์ “เตา” แปลว่า ถั่ว ถั่วลันเตาแบ่งออกเป็นถั่วลันเตาเมล็ด ถั่วลันเตาฝัก ถั่วลันเตายอด ถั่วลันเตาเมล็ดใช้เมล็ดแก่ไปปรุงอาหารหรือแปรรูป ถั่วลันเตาฝัก ใช้ฝักและเมล็ดอ่อนปรุงอาหาร ส่วนถั่วลันเตายอดหรือที่เรียกว่า “โตเหมี่ยว” ใช้ยอดและต้นอ่อนมาปรุงอาหาร ถั่วลันเตาทุกประเภท เมื่อนำมาปรุงด้วยความร้อนจะให้รสหวานอ่อนๆ แป้งในเมล็ดและฝักจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ควรปรุงแบบไฟแรงใช้เวลาน้อย จะช่วยคงความกรอบได้แล้ว และคงคุณค่าสารอาหารไว้ นอกจากปรุงอาหารแล้วยังนำไปแปรรูปได้ โดยการใช้สายพันธุ์ที่เมล็ดขนาดเล็ก ผิวเมล็ดขรุขระ […]

Continue Reading

ก๋วยจั๊บญวน

#ก๋วยจั๊บญวน #ส่วนผสม 1. กระดูกหมูซุป หรือหมูบด 2. เส้นก็วยจั๊บ ญวน (เส้นแห้ง หรือเส้นสดก็ได้) 3. เลือดไก่ (เป็นก้อนแข็งกว่าเลือดไก่) 4.หมูยอ 5. เกลือ 6. น้ำตาลทราย 7. หอมเจียว ,กระเทียมเจียว 8. ต้นหอม, ผักชี 9. พริกไทยป่น 10. พริกป่น, น้ำมัน 11. ซีอิ้วขาว #วิธีทำ 1. เริ่มจากต้มกระดูกหมูซุป ไม่มีก็ใช้หมูบดแทนได้ ตั้งนานให้เดือด ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ตามด้วยรากผักชี และก็ กระดูกหมูไปตามระเบียบ ปล่อยให้น้ำเดือด กระดูกหมู เริ่มสุก ค่อยหรี่ไฟลง และช้อนฟองทีละน้อย 2. สังเกตุ กระดูกหมู เศษเนื้อ ค่อยๆ เปื่อยออก ปล่อยให้หม้อเดือดเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำซุปขุ่น เพิ่มความหวาน น้ำต้มกระดูก […]

Continue Reading

กินฟักทองป้องกันสารพัดโรค

กินฟักทองป้องกันสารพัดโรค ลดน้ำตาลป้องกันเบาหวาน เปลือกฟักทองที่มีฤทธิ์ทางยา ซึ่งจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ก็จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวานได้ งานวิจัยในญี่ปุ่นที่ทำการทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 133 คน พบว่า ผู้ที่กินฟักทองเป็นประจำจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้กินฟักทอง ลดเสี่ยงมะเร็ง 4 ชนิด งานวิจัยอีกเรื่องหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเช่นกันพบว่า ผู้ที่กินฟักทองเป็นประจำจะลดโอกาสเสี่ยงการเกิดโรค มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ป้องกันสิวและจอประสาทตาเสื่อม เพราะฟักทองมีเบต้าแคโรทีนสูง จึงช่วยป้องกันการเกิดสิว และอาการจอประสาทตาเสื่อม ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคหัวใจ และภาวะซึมเศร้า ฟักทองยังมีแมกนีเซียมสูง จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืดและยังมีวิตามินบี 6 ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอาจช่วยแก้ภาวะซึมเศร้าได้ ลดไขมัน เพื่อหุ่นเพรียว สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการลดความอ้วน ฟักทองมีใยอาหารที่ละลายน้ำในปริมาณสูง ใยอาหารจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอลที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีแคลอรีต่ำไขมันน้อย เมื่อกินแล้วจึงไม่ทำให้อ้วน และมีวิตามินซีสูง จึงช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล กินฟักทองอย่างไรให้คงคุณค่าสารอาหาร การต้ม นึ่ง อบ หรือผัด ไม่สามารถทำลายเบต้าแคโรทีนในฟักทองได้ แต่หากต้มฟักทองในน้ำ จะสูญเสียวิตามินบี ขอบคุณ : นิตยสารชีวจิต

Continue Reading

รู้กันหรือยัง “มะยม” ผลไม้ธรรมดาๆ แต่ประโยชน์-สรรพคุณสุดไฮโซ!!!

🍋มะยมคลุกพริกเกลือ🍋 กับประโยชน์มะยม วัตถุดิบ** – มะยม 1 ถ้วย ล้างน้ำให้สะอาดพักไว้ – พริกป่น ครึ่ง ชต. – เกลือป่น 2 ชช. – น้ำตาลทราย 1 ชต. วิธีทำ : พริกป่น เกลือและน้ำตาลคลุกรวมให้เข้ากัน ชิมรสตามใจชอบ ใส่มะยมคลุกให้ทั่วตักใส่จานค่ะ ถ้าจะให้พริกเกลือเกาะมะยม ต้องให้มะยมมีน้ำเกาะนิดๆ ค่ะ เวลาล้างไม่ต้องปล่อยให้แห้งมาก เท่านี้ก็เปรี้ยวแซ่บจนตาสว่างแล้วค่ะ Cr. อาหารไทยแท้แม่ให้มา @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ รู้กันหรือยัง!?? “มะยม” ผลไม้ธรรมดาๆ แต่ประโยชน์-สรรพคุณสุดไฮโซ!!! “มะยม” ผลไม้ที่ทุกคนรู้จักนอกจากจะมีความอร่อยอมเปรี้ยวนิดๆ แล้วยังสามารถนำมาประกอบเป็นขนมและอาหารได้อีกด้วย แถมมีประโยชน์-สรรพคุณมากกว่าที่คุณคิดอีก ซึ่งมีไรบ้างนี้ไปชมกันเลย!! มะยม ภาษาอังกฤษ “Star Gooseberry” และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ “Phyllanthus acidus (L.) Skeels” จัดอยู่ในวงศ์ ถ้าเป็นทางภาคอีสานจะเรียกมะยมว่า “หมากยม” […]

Continue Reading

อาหารบำรุงกระดูก เพื่อป้องกันกระดูกพรุน

อาหารบำรุงกระดูก เพื่อป้องกันกระดูกพรุน โรคข้อเข่าเสื่อม โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่คนสูงอายุมักจะเป็นเนื่องจากมีการสูญเสียแคลเซียมในกระดูก นอกจากการทานยาและอาการเสริมแล้ว อาหารก็มีส่วนสำคัญในการช่วยให้กระดูกแข็งแรง ซึ่งสารอาหารหลักที่ช่วยในการบำรุงกระดูกนั้นก็คือ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ซึ่งวิตามินดีจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสจะทำงานร่วมกับแคลเซียมในการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของกระดูก และฟัน ซึ่งผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีในวัยหมดประจำเดือน ควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน และสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงกระดูกได้ไปดูกันเลยค่ะ ปลา โดยเฉพาะปลาซาร์ดีนและปลาแซลมอนกระป๋อง เพราะด้วยความที่มีกระดูกขนาดเล็กและได้ผ่านกรรมวิธีการผลิต จึงทำให้กระดูกนิ่มและสามารถเคี้ยวได้ซึ่งกระดูกของปลาดังกล่าวถือว่าเป็นแหล่งของแคลเซียมชั้นดีโดยแคลเซียมจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และช่วยรักษามวลกระดูกอีกด้วย ไข่ อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม โฟเลต ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม วิตามินดี ทั้งนี้โปรตีนจะช่วยปกป้องกระดูกของคุณและช่วยทำให้ผมและเล็บมีสุขภาพดี ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ปวดกระดูก ปวดข้อ โยเกิร์ต เนื่องจากในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามินบี2 วิตามินบี12 ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม วิตามินดี ธาตุแมกนีเซียม ช่วยป้องกันการเกิดโรคข้อกระดูกเสื่อม ลดการสูญเสียมวลกระดูกนม อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม วิตามินดี […]

Continue Reading

ประโยชน์ “หัวไชเท้า”

ประโยชน์ “หัวไชเท้า” หัวผักกาด หรือ หัวไชเท้า ภาษาอังกฤษคือ Radish หรือ White Radish (มักจะสะกดผิดเป็น หัวไชเท้า ที่ถูกต้องก็คือ หัวไช้เท้า) ส่วน หัวไชเท้า ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Raphanus sativus var. longipinnatus มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีน โดยทั่วไปแล้วเจ้าหัวผักกาดนี้จะมีอยู่ด้วยกันหลายสีตามไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีแดง สีม่วง สีชมพู และขนาดก็จะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์แยกย่อย (Subspecies) หัวไชเท้า ตามตำราจีนนั้นถือว่ามีฤทธิ์เป็นยาเย็น แต่มีรสเผ็ดร้อน ซึ่งถือว่าผักชนิดนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ช่วยดับกระหายคลายร้อน แก้อาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ซึ่งหากรับประทาน หัวไชเท้า ไปสักระยะหนึ่งแล้วอาการต่างๆเหล่านี้ก็จะบรรเทาอาการให้ดีขึ้น เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จึงไม่ควรที่จะรับประทานหัวผักกาดกับยาหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนอย่างโสมหรือตังกุย เพราะมันอาจจะไปสะเทินฤทธิ์กันเอง ทำให้โสมหรือตังกุยออกฤทธิ์ไม่ดีเท่าที่ควร แต่อย่าเข้าใจผิดไปว่าหัวผักกาดนี้มันจะไปทำลายฤทธิ์ของยาหรือสมุนไพรอื่นๆทั้งหมด และการรับประทานหัวผักกาดนั้นจะรับประทานสุกหรือดิบก็ได้ แต่การรับประทานแบบดิบๆนั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ประโยชน์ของหัวไชเท้า 1. หัวไชเท้า […]

Continue Reading

มะพร้าว : ช่วยสาวสาวดูเยาว์วัย

มะพร้าว : ช่วยสาวสาวดูเยาว์วัย …👸..🙆‍♀️ . 🙊 …ข่าวฝรั่งรณรงค์ไม่ให้คนในประเทศเขาใช้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย เพราะคนไทยใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวนั้น ฟังแล้วไม่รู้ว่าควรจับเจ้าของลิงหรือฝรั่งต้นเรื่องมาตีก้นดี . 😰…แต่ไม่ว่าจะใช้คนหรือลิงเก็บก็ตาม มะพร้าวก็ยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะน้ำมะพร้าวที่มีรสหอมหวาน ชื่นใจ มีฤทธิ์เย็น คนไทยโบราณใช้ดื่มดับกระหาย แก้ไข้ ร้อนใน บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลียหลังฟื้นไข้ . …ในตำราอินเดียยังบอกว่าน้ำมะพร้าวช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวสวยงาม ในหน้าร้อนถ้าได้กินน้ำมะพร้าวจะช่วยป้องกันผิวไม่ให้เกิดผดผื่นคัน และป้องกันโรคต่างๆที่เกิดกับผิวหนัง เช่น ฝี เป็นต้นจ้า . 👰 …ต่อมามีรายงานที่น่าสนใจสำหรับสาวๆ คือน้ำมะพร้าวช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ขาวนวลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ . 👩‍🦱 …และยังพบอีกว่า น้ำมะพร้าวมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้เป็นอย่างดี . …ในเนื้อและน้ำมะพร้าวอ่อนมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกายอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็กและไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว . ⛹️‍♀️ …น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มธรรมชาติที่ให้เกลือแร่ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับนักกีฬาหรือผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยจ้า . 🥥…นี่แค่น้ำมะพร้าวนะ […]

Continue Reading

น้ำสับปะรด+โหระพา รักษาผู้ที่เกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง

ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง น้ำสับปะรด+โหระพา รักษาผู้ที่เกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง หน้าซีดหน้าเซียว ผิวพรรณไม่สดใส ร่างกายอ่อนเพลียง่าย บางคนทำงานหนักมากๆพักผ่อนไม่เพียงพอหน้ามืดเป็นลม ทำสูตรนี้ดื่มเป็นประจำสม่ำเสมอช่วยได้ค่ะ สรรพคุณ ทำให้เลือดเลี้ยงสมองส่วนหน้าดีขึ้น แก้อาการเลือดข้น ลดความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ เพิ่มเม็ดเลือดแดง หากใช้ทั้งแกนสับปะรดจะเพิ่มเม็ดโลหิตขาวด้วย ลดลมในตัว อนุมูลอิสระ วิธีการทำน้ำปั่นสับปะรดกับใบโหระพา ไม่มีอะไรยุ่งยาก เริ่มจาก วิธีทำ ปอกเปลือกสับปะรด 1 ผลเล็กออก แล้วหั่นชิ้นเล็กทั้งหัวรวมแกนกลางด้วย ใบโหระพา 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ใช้ทั้งก้านและใบดอก เด็ดหรือหั่น หักให้สั้นๆ นำน้ำใส่โถปั่น 1 ลิตร ใส่สับปะรด โหระพา ปั่นให้ละเอียด แล้วกรอง ถ้าจะไม่กรองก็ปั่นให้ละเอียดมากขึ้น ไม่กรองก็จะได้กากใยมาก (ถ้าโถปั่นเล็กก้แบ่งปั่น) การเพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งหรือเปรี้ยวใส่มะนาว แล้วแต่ผู้ทำนะครับ จะไม่เพิ่มก็ได้เพราะน้ำจะดื่มได้ง่ายอยู่แล้วมีรสเปรี้ยวหวานจากสับปะรดและหอมใบ โหระพา ดื่มได้อร่อยกว่าน้ำกระชายใบโหระพาซึ่งไม่มีรสเปรี้ยวหวาน ดื่มโดยแช่เย็นหรือไม่แช่เย็นก็ได้ ถ้าทำมากก็แช่เย็นไว้ได้หลายวันไม่เสียครับ ถึงแม้จะไม่ได้เพิ่มความหวาน กรณีไม่มีเครื่องปั่น ใช้ครกตำครั้งละน้อยๆจนหมด แล้วผสมน้ำแล้วกรอง […]

Continue Reading