โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คือ โรคอัลไซเมอร์

โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คือ โรคอัลไซเมอร์

โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คือ โรคอัลไซเมอร์

โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คือ โรคอัลไซเมอร์

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ศึกษาและวิจัย จนสามารถค้นพบว่า โรคเบาหวาน กับ โรคอัลไซเมอร์ มีลักษณะสัมพันธ์กัน จนยกให้โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคเบาหวานชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 3 (Type 3 Diabetes)

โดยปกติแล้วโรคเบาหวานแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

โรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) และ โรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes)

ฉะนั้น โรคเบาหวาน กับ โรคอัลไซเมอร์ คือ โรคเดียวกัน ซึ่งมักจะเกิดในทิศทางที่ว่า

ถ้าคุณป่วยด้วยโรคเบาหวาน คุณจะเริ่มมีปัญหากับความจำ การเรียนรู้ สมาธิ จนกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ในที่สุด ตามกลไกในการเกิดในรูปภาพประกอบ

ดังนั้น การรักษาโรคเบาหวาน จึงไม่ใช่แค่การคิดว่าจะทำให้อย่างไรไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเท่านั้น

แต่คุณต้องคิดถึงการป้องกันและยับยั้งการเกิดสมองเสื่อมที่จะเกิดขึ้นด้วย

จากการศึกษาวิจัย ยังไม่พบยาเคมีใดๆมีประโยชน์ในเรื่องการรักษาโรคอัลไซเมอร์อย่างแท้จริง

แต่สำหรับ การใช้สารอาหารจากสมุนไพรหรือผลไม้ กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้นำไปสู่การดูแลสุขภาพของประชาชนหรือผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

สารแอนโทไซยานิน จากงานวิจัยพบว่า สามารถยับยั้งการเกิดโปรตีนที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมได้

นอกจากนี้ยังยับยั้งแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์สมองไม่ให้น้ำตาลที่สูงในเส้นเลือดสมองถูกทำลายได้

ดังนั้น สารแอนโทไซยานินที่ขึ้นชื่อว่า ช่วยปกป้องเส้นเลือด จึงมีประโยชน์มากในผู้ที่เริ่มมีอาการหลงๆลืมๆ

และยิ่งมีโรคเบาหวานด้วย เพราะช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมอง และกลไกต่างๆที่จะทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ขึ้นมา นั่นเอง

สารแอนโทไซยานินจากผลไม้ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ว่า มีส่วนช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง และรักษา ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่เริ่มมีอาการหลงๆลืมๆ ซึ่งเริ่มเป็นสัญญานว่า สมองเริ่มเสื่อมแล้ว

และถ้าไม่ป้องกันไว้ โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคเบาหวานชนิดที่ 3 ตามาหาคุณแน่

สอบถามขอคำแนะนำได้ครับ

More Science Less Marketing

ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

 

 แอนโทไซยานินเป็นรงควัตถุ ที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน พบในผัก ผลไม้ดอกไม้ เช่นลูกหม่อน(mulberry)

แอนโทไซยานินเป็นรงควัตถุ ที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน พบในผัก ผลไม้ดอกไม้ เช่นลูกหม่อน(mulberry)

สารAnthocyanin(แอนโทไซยยานิน)เป็นสารที่มีสีตั้งแต่สีน้ำเงินเข้มในสภาพวะเป็นด่าง (pH>7) มีสีม่วงเมื่อเป็นกลาง(pH 7) และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงถึงส้มได้ในสภาวะเป็นกรด (pH<7) เป็นสารสีที่พบได้ทั่วไปในดอกไม้ ผลไม้บางชนิด ใบหรือลำต้นของพืชบางชนิดที่มีสีจัดรวมทั้งลูกหม่อน(ผลหม่อน)
มนุษย์ในบางพื้นที่รู้จักใช้สารตัวนี้มาเป็นเวลานานแล้วในกิจกรรมต่างๆ เช่น ไทยใช้สีจากดอกอัญชันทำขนมจีนใช้สีของเปลือกไม้และใบไม้บางชนิดในการย้อมผ้าให้มีสีต่างๆด้วยการใช้ยางไม้และปูนขาวในการแต่งสี
ยุโรปใช้ผลไม้ป่า (wild berry) ในการทำเครื่องสำอางและทำขนม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพันธ์หนึ่งของAnthocyaninที่พบได้ในธรรมชาติ

ประโยชน์ของ สารAnthocyanin

สารAnthocyaninก็เช่นกันเริ่มจากการพบว่าผู้คนและสัตว์ที่มีการใช้ประโยชน์จากดอกไม้ และผลไม้ที่มีสีเข้มจัด เช่นลูกหม่อน เป็นอาหารจึงมีลักษณะทางกายภาพหลายๆอย่างที่ดีกว่าที่อื่น เช่น ทำให้โอกาสในการป่วยไข้น้อยกว่าAnthocyaninซึ่งมีวามสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซี หลายพันเท่าช่วยลดโอกาสการเป็นมะเร็ง ช่วยเสริมให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรค สมานแผล เสริมภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น และ สามารถกระตุ้นสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและสะสมปริมาณเม็ดสีในร่างกายให้สูงขึ้นด้วย อีกทั้งส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดงได้อีกด้วย จึงมีบางสถาบันพยายามที่จะพัฒนาการนำสารตัวนี้มาใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจให้มากขึ้น

แหล่งที่มาของ สารAnthocynin

ปกติสารAnthocyaninจะพบได้ทั่วไปในพืชเกือบทุกชนิดแต่จะมีน้อยมากในพืชที่มีแต่สีเขียวเป็นหลัก จากการศึกษาก็พบว่าในผลไม้ที่มีเข้มจัด หรือดอกไม้สีจัดๆจะมีสารAnthocyaninอยู่สูงกว่า และจะสูงขึ้นเรื่อยๆตามระดับความเข้มของสีในผลไม้ เช่นMulberry, blueberry, cranberry, cherry,raspberry,mulberry,เป็นต้น ส่วนในดอกไม้ เช่น ดอกpansy,dandelionอัญชัน เป็นต้น หรือในพืชใบเช่นred cabbage, red radishเป็นต้น
แอนโทไซยานินเป็นรงควัตถุ ที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน พบในผัก ผลไม้ดอกไม้ เช่นลูกหม่อน(mulberry),องุ่น สตอเบอรี่กระเจี๊ยบแดงดอกอัญชัญทับทิมหัวผักกาด มันเทศ กะหล่ำปลี ที่มีสีม่วง
ประโยชน์ต่อสุขภาพของแอนโทไซยานิน
แอนโทไซยานิน (anthocyanins) สารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคมะเร็ง

  • มีคุณสมบัติล้างพิษ ของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายและช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ช่วยชลอความแก้ บำรุงสมอง และต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารที่พบมีวิตามิน ซี สูงถึง 2,000 มิลลิกรัม
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน โรคโลหิตจาง มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและช่วยทำลายพิษจากอนุมูลอิสระ
Comments
Translate »